Batman TDK : สิ่งที่ฮีท เลจเจอร์เหลือไว้ให้คริสเตียน เบล
posted on 30 Jul 2008 09:44 by sadmanstanding in Talk
เอนทรี่ยาวแต่จริงใจนะจ๊ะ
จริง ๆ แล้วมีเรื่องอื่นที่อยากจะเขียนถึงหนังเรื่องนี้ และอยากจะเขียนแนวสบาย ๆ สักหน่อย เพราะว่าคนอื่นเขียนวิเคราะห์กันซีเรียสหน้าดำคร่ำเครียดไปแล้ว
แต่เพราะไปเจอแหล่งข่าวหนึ่งเข้าทำเอาอดรนทนไม่ได้ ต้องมาเขียนเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง และค่อนข้างซีเรียสทีเดียว
ก่อนอื่น ขอขอบคุณคุ่นนะที่ทำให้เรารู้ข่าวนี้
ขออนุญาตยกข้อความมานะคะ
"ปลล. กลายเป็นว่าเพราะความอยากไปดูแบทแมนเลยทำให้ติดตามข่าวเกี่ยวกะแบทแมน และดาราที่เล่นแบทแมนไปโดยไม่รู้ตัวค่ะ ล่าสุดข่าวลงว่าหนุ่มที่เล่นเป็นแบทแมนโดนแม่แล้วก็พี่สาวฟ้องข้อหาทำร้ายร่างกาย ( ผลัก ) เพราะทะเลาะกัน แล้วก็ยังมีสัมภาษณ์กับนักข่าวด้วยว่าหลังจากที่ ฮีธ ผู้สวมบทโจ๊กเกอร์ตายไป พ่อนี่ก็รู้สึกซึมเศร้าและไม่สามารถสื่อสารกับคนรอบข้างได้อย่างสบายใจอีก อาการเหมือนกับฮีธก่อนจะฆ่าตัวตาย พระเจ้า-------- ไม่รู้ว่าเพิ่งเกิดขึ้นจริงหรือว่านักข่าวพยายามกระพือเพราะหนังมันดังกันแน่นะ.... "
ก่อนอื่น ขอท้าวความก่อนว่า ช่วงที่ฮีทเสียชีวิตนั้นเรายังไม่ได้เป็นแฟนผลงานเขาเลย แล้วก็ไม่ได้สนใจTDKเลย ไม่รู้เรื่องอะไรเลยว่าคนในกองถ่ายมีความสัมพันธ์สนิทสนมกันแค่ไหน (ไม่ต้องคิดลึกล่ะ)
หลังจากชอบแล้ว เราเห็นอะไรบ้าง
- เราเห็นว่าตอนแรกวอลเนอร์บราเธอร์ตั้งใจจะเอาฮีทเป็นตัวชูโรงเพื่อโฆษณา แต่หลังฮีทตายก็ได้เปลี่ยน เพราะกลัวถูกหาว่าหากินกับคนตาย เปลี่ยนเป็นเอาเบลมาชูโรงโฆษณาแทน
- เราเห็นว่าคนอื่นในกองถ่ายมีความชื่นชมฮีท สามารถพูดถึงการทำงานของฮีทได้ว่า "สุดจะน่าทึ่ง" และ "ยอดเยี่ยมมาก"
- เราเห็นว่า พวกเขาไม่ค่อยพูดเรื่องการตายของฮีทนัก
- โดยเฉพาะคริสเตียน เบล แทบไม่เคยเห็นเขาพูดเรื่องเกี่ยวกับการตายของฮีท (คือเราก็ไม่ได้ไปล้วงข้อมูลอะไรมากมายด้วย) แต่ดูพวกคลิปในยูทูปอะไรก็ไม่มีพูดถึงเท่าไร ส่วนใหญ่ทุกคนจะเลี่ยงไปพูดเรื่องการทำงานมากกว่า
- นั่นทำให้เรามองว่า ทุกคนเสียใจที่เขาจากไป แต่ก็ทำใจได้อยู่แล้ว เรามองว่าเขาเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกัน
นั่นผิดมหันต์...
ใช่...พวกเขาทำใจได้
ยกเว้นแต่ คริสเตียน เบล เท่านั้น...
ต้นตอของข่าวนี้มาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่เพิ่งผ่านมานี้
เนื้อหาข่าวที่ถูกต้อง เราขอสรุปเลยแล้วกัน เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดกันอีก
สรุปแล้วเรื่องก็คือแม่กับพี่สาวมาหาเขา(มีแหล่งข่าวออกมาว่ามาขอเงิน โดนพี่สาวไถตังค์) และได้มีปากเสียงกัน เบลกำลังเครียด เขาไม่ต้องการฟัง เขาจะหนีไปนอกห้อง แต่แม่กับพี่สาวไม่ให้ออกไปเพราะนอกห้องมีแฟน ๆ กับปาปารัซซี่อยู่ แต่เบลคงพยายามออกไป(ตรงนี้คงเป็นที่มาของข้อมูลที่ว่ามีการผลัก) และได้มีคนแจ้งตำรวจ(เบลเข้าใจว่าเป็นแม่กับพี่แจ้ง แต่มีบางแหล่งข่าวบอกว่าแม่กับพี่สาวบอกว่าพวกเธอไม่ได้แจ้ง) จากนั้นก็มีการไปรับฟังข้อกล่าวหา และสอบสวน หลังจากนั้นก็ถูกปล่อยตัว ไม่ได้โดนตั้งข้อหาอะไร และยังต้องการขอโทษแม่ของตนในสิ่งที่ทำลงไป
(มีแหล่งข่าวที่บอกว่า เบลพูดเกี่ยวกับเรื่องโดนไถตังค์ว่า ถ้าคุณรู้ว่าในชีวิตจริงผมเป็นไอ้งั่งขนาดไหน คุณอาจไม่เชื่อกับตัวผมในหนังก็ได้) (*หมายเหตุ จำคำพูดชัด ๆ ไม่ได้แต่ความหมายประมาณนี้)
(ซึ่งในบ้านเราก็เอาข่าวไปตีโพยตีพายซะยกใหญ่...ว่าแบทแมนอักตัญญูมั่งอะไรมั่งเสียศรัทธามั่ง...)
ที่สำคัญคือ จากข่าวนี้ ตามแหล่งข่าวแล้วมี "คนสนิท" ใกล้ตัวเบลออกมาบอกว่า เบลนั้นรู้ตัวเองว่ากลายเป็นโรคซึมเศร้าหลังการตายของฮีธและเบลยังกลายเป็นโรคนอนไม่หลับเหมือนฮีธด้วย
เอาเป็นว่าส่วนตัวเราแล้วค่อนข้างตกใจมาก ดูท่าทีแล้วเบลเป็นคนเครียด ๆ ใคร ๆ ก็บอกว่าเขาจริงจังมาก และเราไม่เคยรู้สึกตัวเลยว่าเขาสนิทกับฮีท อย่างที่บอกว่าเราคิดว่าเขาเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันเท่านั้น ถ้าเขาซี้กันสุด ๆ ประมาณฮีทกับเจด กิลเดนฮาวที่เล่นหุบเขาเร้นรักด้วยกัน ขึ้นเวทีด้วยกัน ออกงานด้วยกันบ่อย ๆ (และฮีทยังให้เจดเป็นพ่อทูนหัวของลูกสาวเขาอีกด้วย) นั่นสิจะดูออกง่าย
ก่อนจะรู้ข่าวนี้เรายังรู้สึกอยู่เลยตอนที่เขามาเปิดตัวTDKว่าทำไมเบลดูเครียด ๆ ตลอดเลยนะ? แล้วก็เอาไปล้อกันสนุกเลยว่าเบลเครียด เล่นหนังทุกเรื่องก็หนังเครียดทุกเรื่อง
จริง ๆ เขาก็เป็นคนเครียด ๆ นั่นแหละ...
ตัวอักษรสีน้ำเงินเป็นข้อความจากแหล่งข่าว(ไทย)
'เมื่อไม่มี เล็ดเจอร์ อยู่อีกต่อไป เขาก็รู้สึกว่า มันเป็นเรื่องยากลำบากมากในการที่จะสื่อสารกับผู้คนที่อยู่รอบตัวเขา โดยเฉพาะกับครอบครัว คริสเตียน แสร้งทำเป็นสงบ และควบคุมสติ แต่คุณเริ่มที่จะเห็นใบหน้าที่ก้าวร้าวเมื่อเดือนมกราคม ก็หลังจากที่ ฮีธ เล็ดเจอร์ เสียชีวิตนั่นแหละ''
***เมื่อคุณอ่านตรงนี้ และถ้ามันเป็นความจริง คุณจะรู้สึกได้ทันทีว่าฮีธมีอิทธิพลต่อเบลอย่างมาก มากมายจริง
คริสเตียนอยู่ระหว่างช่วงพักสั้นๆ จากการถ่ายทำตอนเขาทราบข่าวดังกล่าว และมันสร้างความเจ็บปวดให้กับเขามาก พวกเขากลายเป็นเพื่อนรักกันระหว่างที่ถ่ายทำหนัง The Dark Knight
***ไม่ใช่แค่TDK อีกแหล่งหนึ่งบอกว่าเขาเริ่มสนิทกันตั้งแต่หนังเรื่อง I'm not there ที่พวกเขาเล่นด้วยกัน ซึ่งเป็นเรื่องก่อนหน้าTDKนี่เอง และTDK พวกเขาต้องประชันบทบาทกัน มันน่าจะทำให้เขาสนิทกันยิ่งขึ้นไปอีก (ซึ่งจะพูดในน่อหน้าต่อ ๆ ไป)
และ คริสเตียน ก็หลบหน้าผู้คนไป 6 สัปดาห์ หลังจากที่ ฮีธ ตาย เขาไม่ยอมรับโทรศัพท์ และจมอยู่กับความทุกข์
***ประโยคนี้เห็นได้ชัดว่าเบลเจ็บปวดกับการจากไปของฮีธขนาดไหน และแสดงให้เห็นว่าเขาไม่อาจตั้งรับกับการสูญเสียเช่นนี้ได้
มันโง่มากที่คิดว่า เขาสามารถสลัดความเจ็บปวดเหมือนกับที่ ฮีธ ได้ทำ
***ตรงนี้งงนิดหน่อย ไม่ค่อยเข้าใจว่าหมายถึงอะไร แปลได้สองแบบ
และผู้ชมก็ได้เห็นกันแล้ว เขาหวังจะแบ่งปันช่วงเวลานี้กับเพื่อน และตอนนี้เขาก็ไม่สามารถทำได้แล้ว
***ช่วงเวลานี้ที่ว่าหมายถึง ช่วงเวลาที่TDKออกฉาย เราเชื่อว่าเบลและทีมงานก็รู้ว่ามันจะได้รับคำชม โดยเฉพาะการแสดงของฮีท(แต่อาจไม่รู้ว่าจะชมมากมายขนาดนี้) และแน่นอน เบลอยากให้ฮีทมีส่วนร่วมกับการแชร์ความสุขหลังงานจบ ทว่าฮีทกลับจากไปอย่างกะทันหัน
พวกเขาต้องสงบจิตสงบใจในช่วงเวลานี้ เพราะแม่ของเขาพูดหลายๆ สิ่งที่ทำให้เขาเจ็บปวด จนทำให้เขาตบะแตก เขาเสียใจกับการกระทำของแม่ที่มีต่อเขาในการโต้เถียงกัน มากกว่าที่เขาบอกกับตำรวจ คริสเตียน ยอมรับว่ามันคือการทะเลาะกัน แต่เขาไม่ได้ขู่เข็ญใครด้วยความรุนแรง เขาตกอยู่ภายใต้ความกดดันในตอนนี้ และรู้สึกรำคาญกับเสียงเอ็ดตะโรของคนในครอบครัว
***เบลเสียใจมากที่แม่ต่อว่าเรื่องภรรยาของเขา ใครที่ติดตามเบลมาบ้างจะรู้ว่าเบลรักภรรยาคนนี้มาก ๆ ๆ และรักลูกมาก สรุปคือรักครอบครัวมาก และมันแสดงให้เห็นว่าเบลให้ความสำคัญกับคนที่เขาคิดว่ามีความสำคัญมากขนาดไหน มันทำให้เขาระเบิดอารมณ์โกรธออกมาเลยทีเดียว
ผมคิดว่าภรรยาของเขามีความสำคัญกับเขามาก หลังจากเรื่องทั้งหมดยุติลง เพราะที่สุดแล้วเธอก็รู้ว่าควรจะทำให้เขาสงบอย่างไร
***มีข้อมูลว่าภรรยาของเขาสามารถทำให้เขาสงบอารมณ์ลงได้ และมันเป็นเรื่องดีสำหรับเบล แต่จากอีกแหล่งนึงก็มีการเผยว่าเขามีปัญหากับภรรยาอยู่เหมือนกัน
แต่อย่างที่บอก แหล่งข่าวเป็นคนรอบข้างเบลไม่ใช่ตัวเขาเอง เรายังทำใจเชื่อไม่ได้100%
ฮีท เลจเจอร์ มีอิทธิพลต่อ คริสเตียน เบล ถึงขนาดนั้นเชียวหรือ?
และเพราะอะไร?
ดังนั้นเราจึงทำการสืบย้อนหลังไปอีก ถึงเรื่องการตายของฮีท
คริสเตียน เบล พูดเรื่องการตายของฮีทไว้อย่างไร?
ที่อาจเป็นกุญแจ ที่จะทำให้เรามองเขาในวันนี้ได้ชัดเจนมากขึ้น
ที่จริงแล้วข่าวที่หามาได้กลับไม่ค่อยย้อนหลังเท่าไร
สัญนิษฐานว่าบางทีช่วงที่ฮีทเสียชีวิตใหม่ ๆ นักข่าวอาจไม่กล้าถามก็ได้ แหล่งข่าวหนึ่งบอกว่า เบลทนไม่ได้เลยที่จะได้ยินใครพูดเรื่องการตายของฮีท ดังนั้นก็มีความเป็นไปได้ว่าช่วงแรกคงไม่มีใครได้รับฟังความรู้สึกของเขา
ดังนั้นนี่จึงเป็นข้อความจากคริสเตียน เบลเอง ที่เพิ่งออกมาในวันที่ 26 เดือนมิถุนายน 2008
*แปลงู ๆ ปลา ๆ ตามยถากรรม ประโยคที่ขีดเส้นใต้คือไม่ค่อยชัวร์*
"I want to talk about Heath," Christian told the new issue of Parade. "When you miss somebody, you want to speak about him."
"ผมอยากจะพูดเกี่ยวกับฮีท" คริสเตียนบอกหัวข้อใหม่กับนิตยสารParade "เมื่อคุณคิดถึงใครสักคน คุณก็จะอยากพูดเกี่ยวกับเขา"
"He was a unique character, a very infectious character. He was a good man, and I was glad to have spent time with him. He was somebody who I’d been seeing on a daily basis for months. It takes a long time to accept that someone’s gone, when all body and mind are telling you that this is somebody you will know for a great deal of time. He was something of a kindred spirit to myself."
"เขามีบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นบุคลิกที่มีอิทธิพลมาก เขาเป็นคนดีมาก และผมรู้สึกดีมาก ๆ ที่ได้ใช้เวลาร่วมกับเขา เขาคือใครสักคนที่ผมอยากพบเป็นกิจวัตรเป็นเดือน ๆ มันใช้เวลานานมากที่จะยอมรับได้ว่าใครคนนั้นได้จากไปแล้ว ทั้งที่ทั้งร่างกายและจิตใจของคุณยังบอกกับคุณว่า นั่นคือใครคนนั้นที่ทำให้คุณพบช่วงเวลาดี ๆ มากมาย เขาเป็นเหมือนจิตใจของพี่น้องสำหรับผม
*อาจแปลไม่ค่อยดีเท่าไร แต่ก็พอจะรู้ได้ล่ะนะว่าฮีธมีความสำคัญต่อเบลมาก*
"Much of it has to do with my respect for his daughter, whom he loved so dearly and whom he would talk about so often. For me, that is of incredible importance."
"สิ่งที่ผมควรทำคืออยากช่วยดูแลลูกสาวของเขา ลูกสาวที่เขารักมาก ๆ และเป็นลูกสาวที่เขาพูดถึงอยู่เสมอ ๆ สำหรับผมแล้วนั่นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด"
*นี่คือสิ่งที่เบลประกาศว่าจะทำเพื่อฮีท คือการช่วยดูแลลูกสาวของฮีทที่ฮีทรักมาที่สุดนั่นเอง*
*อันนี้เป็นอีกข่าว ในวันที่7 ก.ค. 2008*
*หัวข้อข่าวประมาณว่าเบลรู้สึกโกรธที่ฮีทจากไปอย่างกะทันหัน*
Bale says, "He was a fantastic guy, we had a lot of fun on set. Yes, he immersed himself into the film completely, but, at the same time, he was so easy-going. Heath was infectious; his death makes me angry because I know our friendship would have blossomed had he not died."
เบลบอกว่า "เขาเป็นคนที่มหัศจรรย์มาก เราทำงานด้วยกันอย่างสนุกมาก เขาทำงานจนเสร็จสมบูรณ์แต่ในขณะเดียวกันเขาก็จากไปอย่างปัจจุบันทันด่วนจริง ๆ ฮีธเขามีอิทธิพลมาก การตายของเขาทำให้เขารู้สึกโกรธ เพราะผมรู้ว่ามิตรภาพของเรายังต่อยอดไปได้มากกว่านี้หากเขายังไม่ตาย
Soure [มีข้อความแสดงความรู้สึกของเบลเพิ่มเติม]
------------------------------------------------------------------------------------------
*จริง ๆ แล้วยังมีข้อมูลอื่น ๆ อีกประปราย*
มาถึงตรงนี้แล้ว สิ่งที่เรารู้แน่ชัดก็คือ
1. ฮีทมีความสำคัญต่อเบลมากจริง ๆ อย่างน้อยก็ในฐานะเพื่อน และเบลยังอยากสนิทกับเขามากกว่านี้ด้วย การจากไปของฮีทสะเทือนใจเขามาก
2. แทบทุกคน โดยเฉพาะเบล เลี่ยงที่จะำูพูดถึงการตายของฮีท แต่เน้นเรื่องการพูดเรื่องความสามารถของเขา ต้องบอกว่ามันเป็นสิ่งที่พวกเขาจะทำเพื่อฮีทได้ในขณะนี้
ข้อมูลที่ยังไม่แน่ชัด คือข้อมูลส่วนที่คนสนิทของเขาออกมาพูดนั่นเอง
ทั้งนี้ทั้งนั้น ลองมาดูนิสัยของฮีดกับเบลคร่าว ๆ เอาตามความเข้าใจ
สิ่งที่เหมือนกันของสองคนนี้คือ เขาต่างมีด้านมืดด้านสว่างเหมือนกัน(เหมือนเราทุกคน)
แต่ฮีทจะโชว์ด้านสว่างออกมามากกว่า ใครทำงานกับเขาก็มักจะชมเขาเรื่องความสามารถ และดูเหมือนเขาจะสร้างมิตรภาพได้ง่ายกว่า ยิ่งมาเจอกับเจดในหุบเขาเร้นรัก เจดเองก็เป็นคนเฟรนลี่อยู่แล้ว เลยสนิทกันได้เร็วมาก ๆ และดูจากภาพเวลาไปออกงานด้วย เราจะเห็นเขาสุงสิงกับคนอื่นพอสมควรทีเดียว พอจะพูดได้ว่าฮีทค่อนข้างเฟรนด์ลี่เหมือนกัน และยังเป็นคนน่านับถือด้วย เขาเป็นคนติดดินและอบอุ่น
เบล คนมักพูดว่าเขาเป็นคนจริงจัง เขาจะเห็นสีหน้าเขาดูจริงจังเสมอ จากเรื่องราวของเขาทำให้เรารู้ว่าเขาเป็นคนซีเรียสพอสมควร และเขาพยายามปกป้องคนที่เขารักอย่างมากและอาจขาดสติได้ เช่นกรณีที่แม่ด่าภรรยาของเขา มันทำให้เขาแทบขาดสติไปเลยทีเดียว อาจพูดได้ว่าเขาค่อนข้างเก็บกด กับเพื่อนนักแสดงด้วยกันเราไม่ค่อยเห็นเขาแสดงออกถึงเนื้อถึงตัวมากนัก
ทั้งฮีทและเบลเป็นแฟมิลี่แมน รักครอบครัวมาก ๆ
ทั้งฮีทและเบลบ้างานมาก พวกเขารับแต่บทที่อยากเล่น และพวกเขารู้ดีว่าอยากทำอะไร และพวกเขาทุ่มกับมันอย่างเต็มที่ คุณจะได้รู้ว่า "ฮีทฝังโจ๊กเกอร์เข้าไปในตัวเอง" และ "เบลทำทุกอย่าง เรียนรู้ทุกอย่าง เขาพยายามมาก และเรียนรู้มันได้เร็ว" นี่คืออีกจุดที่ทั้งสองคล้ายกันมาก
เราอยากบอกว่า...เบลเป็นคนที่เหมือนแบทแมนมาก ๆ เขาจริงจัง มีเป้าหมาย กลัวการเสียคนที่รักไป เขาเก็บกดและสามารถแสดงความเกรี้ยวกราดออกมาได้ถ้าถึงจุดหนึ่ง แม้แต่เบลเองก็เคยพูดว่าแบทแมนนี่แหละเหมือนตัวเขาเลยจริง ๆ
ดังนั้น อาจจะฟังเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญเกินไป หรือไม่อย่างไร ในสิ่งที่จะพูดนับจากนี้...
ให้ลองนึกภาพ บรูซ เวย์นจ้องไปที่ฮาร์วี่ย์ เดนท์ในฉากกลางร้านอาหารอีกครั้ง...
เวลานั้นบรูซมองเดนท์เป็นเหมือนแสงสว่างของก็อธแธม และเป็นแสงของตนเองด้วย
สำหรับเรา เบลจะชื่นชมการแสดงของฮีธอย่างมากทุกครั้ง กระทั่งมีคนมาถามเรื่องที่ฮีธตายเพราะเสพยา (จริง ๆ ไม่ได้ตายเพราะเสพยาเสพติดนะ เขาตายเพราะกินยานอนหลับเกินขนาด) เบลยังพูดออกมาว่า คน ๆ เดียวไม่สามารถไปตัดสินการใช้ชีวิตของคนอื่น ที่สำคัญกว่าเรื่องแบบนั้นก็คือ ฮีธเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมาก เราคิดว่าเบลยกย่องฮีธมาก และปกป้องฮีธเอาไว้ด้วย...
สำหรับคนที่ดูขรึม ๆ อย่างเบล การที่ฮีธมาอยู่ตรงหน้า เป็นคนที่มีอะไรคล้าย ๆ กันหลายอย่างแต่การแสดงออกต่างกันแบบนั้น มันย่อมทำให้เขารู้สึกผูกพันด้วย ประมาณว่า แม้ว่าคน ๆ นี้ไม่ได้แสดงออกเหมือนเขา และยังเฟรนด์ลี่กับเขา แต่คน ๆ นี้ก็สามารถเข้าใจเขาได้
ให้เปรียบแล้ว ดูจากคำพูดของเบล
และข้อมูลที่ว่าเมื่อขาดฮีธไปเบลไม่สามารถสื่อสารกับคนในครอบครัวได้
บางทีแล้วฮีธและความอบอุ่นของเขา
ความเป็นเพื่อนของเขาอาจเคยช่วยเยียวยาจิตใจของเบลที่เป็นคนเครียด ๆ
อยู่แล้วให้ดีขึ้น ช่วยให้เขาสงบใจหายอารมณ์ร้อนได้
(คล้ายกับที่ภรรยาของเชาช่วยได้ แต่นี่เป็นในฐานะเพื่อน
เราคิดว่าเบลต้องให้ความสำคัญกับสิ่งนี้มาก)
บางที...ก็อาจพูดได้ว่าฮีทเป็นแสงสว่างหนึ่งของเบล
แต่แล้วฮีธก็จากไป เราไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าเบลรู้สึกอย่างไรกันแน่
และที่คนสนิทออกมาพูดนั้นจริงมั้ย...
หากจริง...ความเสียใจของเบลที่ยึดติดกับฮีทขนาดนั้น เราอาจพูดได้ว่าเรื่องที่ฮีทเป็นแสงสว่างของเขาน่าจะเป็นความจริงได้มากทีเดียว
สิ่งที่เราอยากจะพูดจริง ๆ ก็คือ...
1. เราเป็นห่วงคริสเตียน เบลมาก ๆ เราไม่ได้ชอบเขามากมานัก แต่เรารักหนังเรื่องนี้จริง ๆ และเราเสียฮีธไปคนนึงแล้ว เรากลัวว่าถ้าเบลยังเป็นโรคซึมเศร้าตามข่าวจริง และเขาดูเก็บกดยิ่งกว่าฮีธเสียอีก เรากลัวว่าเขาอาจทำอะไรลงไป
คริสเตียน...เราไม่อยากเสียนายไป
แฟน ๆ ของนายและแบทแมน ก็ไม่อยากเสียนายไป
เราไม่อยากเสียใครจากหนังเรื่องนี้ไปอีกแล้ว แค่ฮีธกับสตันท์แมนคนนั้นก็เป็นเรื่องน่าเศร้ามากแล้ว
โรคซึมเศร้า มันจะไม่หายไปง่าย ๆ เราเคยเป็นเหมือนกัน(หรืออาจยังเป็นอยู่?) เราเข้าใจว่าต่อให้ทำใจได้แล้วครั้งหนึ่ง มันก็มีโอกาสกลับมาทุกเมื่อ แค่มีอะไรมาสะกิดนิดเดียวเท่านั้น
เวลานี้เบลต้องเจอกับสถานการณ์ที่TDKออกฉาย มีเสียงวิจารณ์เข้ามา โดยเฉพาะโจ๊กเกอร์ พูดได้เลยว่าไม่มีทางที่เขาจะไม่คิดถึงฮีธ และเขาต้องรู้สึกเสียดายเหมือนเรา ๆ ที่สำคัญ เราเห็นฮีธผ่านฟิลม์ แต่เขาปะทะกับฮีธในการแสดง เขาเป็นคนที่เผชิญกับพลังของฮีธอย่างใกล้ชิดมากที่สุดคนหนึ่ง
เขาถึงได้บอกว่าฮีธมีอิทธิพลอย่างมาก...
2. ฮีธไม่ได้เสพยาจนตาย เขาแค่ใช้ยานอนหลับเกินขนาด เพราะเขากำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและนอนไม่หลับ สาเหตุมาจากการเลิกกับภรรยาและต้องห่างจากลูกสาว และไม่น่าเกี่ยวกับบทโจ๊กเกอร์(ถ้าเกี่ยวกับจิตใต้สำนึกของเขา ก็อาจมีผลบ้าง แต่ไม่มาก) แม้แต่เบลก็ไม่เชื่อว่าจะเป็นเพราะโจ๊กเกอร์
ที่สำคัญไม่น่าใช่การฆ่าตัวตาย เพราะฮีธรักลูกมาก ๆ เขาเคยติดยาแต่เลิกไปนานแล้ว หลัง ๆ เหล้าก็ไม่ดื่ม มีสูบบุหรี่กับดื่มไดเอทโค้กแค่นั้น ดังนั้นเราคิดว่าเขาไม่คิดจะกลับไปเล่นยาอีก และไม่น่าฆ่าตัวตายเพราะเขาคิดถึงลูกมาก เขาน่าจะหวังจะกลับไปหาลูกมากกว่า
3. เรารู้สึกดีที่บริษัทพยายามไม่ใช่ประโยชน์จากการตายของฮีท และแสดงออกอย่างชัดเจนมาก แต่บางทีก็เสียดาย เพราะรู้สึกว่าสินค้าของโจ๊กเกอร์และฮีทมีออกมาน้อย
4. เรามองว่า ทีมงานอยากให้ฮีทได้รับการยกย่อง พวกเขาปกปิดทุกอย่างที่ไม่ดีเกี่ยวกับฮีท ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรมากน้อย อย่างมีทีวีเผยแพร่คลิปฮีทเล่นยาในผับเมื่อหลาย ๆ ๆ ปีก่อน(นานแล้ว) จำไม่ได้ว่าวอนเนอร์หรือโนแลนด์ที่ออกมาพูดว่า "คิดดีแล้วเหรอที่ทำแบบนี้" แต่มันแสดงให้เห็นว่าพวกเขาพยายามปกป้องฮีทอย่างมาก เราคิดว่าพวกเขาอยากให้ฮีทได้รางวัลเพื่อเป็นเกียรติยศของเขา รวมทั้งเบลเองก็ด้วยเช่นกัน
เราศรัทธา...
1. เราศรัทธาในตัวฮีท เราเชื่อว่าเขาไม่ฆ่าตัวตาย เราเชื่อว่าเขาไม่กลับไปเสพยา
ที่สำคัญ เราเชื่อในการแสดงของเขา ความสามารถของเขา
เหมือนประโยคในแบทแมนTDK บางครั้งมนุษย์เราต้องการรางวัลแห่งความศรัทธา...
ถ้าฮีทเป็นเหมือนฮาร์วี่ย์เดนท์ คุณค่าในฐานะนักแสดงของเขามีมากพอ ที่ทุกคนจะปกป้องเขาโดยที่ไม่ต้องแคร์ด้านมืดของเขา เหมือนอย่างที่เบลบอกว่า เราไปตัดสินเขาจากการใช้ชีวิตของเขาไม่ได้ แต่เราตัดสินผลงานของเขาได้ และการแสดงออกของทุกคนก็ตัดสินแล้วว่าความสามารถของฮีทนั้นยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง...
นี่คือพูดในฐานะที่ว่า เราไม่รู้ว่ามีเบื้องหลังอะไรหรือไม่ แต่ว่านั่นไม่ได้น่าสนใจเลย สิ่งที่น่าสนใจคืองานของเขาต่างหาก
เหมือนกับแวนโกะที่ตัดหูตัวเองข้างหนึ่งและเป็นโรคประสาท
แต่คนกลับสนใจงานของเขามากกว่า
ต่อให้ฮีทติดยาจริง ต่อให้มีอะไรอย่างอื่นปรากฏออกมาอีก เราก็ไม่คิดว่าควรใส่ใจ เพราะสิ่งที่เราเห็นและรักเขา คือผลงานของเขาที่ทุ่มเทพลังสร้างมันขึ้นมาต่างหาก
และ ณ ตอนนี้ เราก็ยังปักใจเชื่อว่าฮีทบริสุทธิ์ และเราต่อต้านทุกคนที่บอกว่าเขาติดยาโดยไม่มีหลักฐาน (โดยเฉพาะในไทย ที่มีการเข้าใจผิดกันไปมากแล้ว)
2. เราศรัทธาในตัวคริสเตียน เบล แม้ว่าจะรู้สึกกลัวว่าเบลจะทำอะไรลงไป จากนิสัยของเขาและยังน่าหวาดหวั่นเมื่อได้ยินว่ากับภรรยาสุดที่รักของเขาเองเขาก็ยังสื่อสารได้ลำบาก แต่เราก็ยังอยากจะเชื่อมั่นว่าเขาจะกลับมาได้อีกครั้ง เรารอฟังข่าวของเขา เราอยากรู้ว่าที่คนสนิทของเขาออกมาพูดเป็นความจริงหรือไม่
สิ่งที่คริสเตียน
เบลมี แต่ฮีทไม่มี คือภรรยาที่ยังอยู่ข้าง ๆ และลูกของเขาเองก็ด้วย
ต่างจากฮีทที่ต้องอยู่ห่างทั้งสองคนก่อนเสียชีวิต
เราหวังว่าสิ่งนี้จะช่วยเบลได้หากเบลกำลังรู้สึกซึมเศร้าอยู่จริง ๆ
เราอยากให้เขาเป็นแบทแมนของพวกเราต่อไป
ไม่ว่าชีวิตจริงที่คุณบอกว่าตัวเองเป็นไอ้งั่งนั้นมันจะเป็นยังไง แต่สำหรับเรา คุณคือแบทแมนที่ทุ่มเทและดีที่สุดคนหนึ่ง
น่าตลกดีเหมือนกัน
ที่แอรอนซึ่งเล่นเป็นฮาร์วี่ย์นั้น
ตอนเขาเป็นฮาร์วี่ย์เขาไม่สามารถรับการสูญเสียได้
แต่แอรอนตัวจริงกลับไม่แสดงออกกับการตายของฮีธมากนักนอกจากความชื่นชม
ในขณะที่แบทแมนรับการเสียราเชลได้ แต่ในชีวิตจริงสำหรับเบล
การเสียฮีธไปยังคงมีผลกับเขามาก
สุดท้ายคือเรามีศรัทธาในตัวเอง
- เราไม่จำเป็นต้องโกรธเมื่อมีคนต่อว่าTDK ทุกอย่างต้องพูดด้วยเหตุผล
- เราไม่จำเป็นต้องเสียศรัทธาต่อการแสดงของพวกเขา ไม่ว่าในชีวิตจริงพวกเขาจะเป็นอย่างไรก็ตาม
- เราเชื่อว่า ทางวอนเนอร์ยอมเสียผลประโยชน์โดยไม่เอาฮีทมาโฆษณา ดังนั้นหากจะบอกว่าข่าวของเบลเป็นการโปรโมต เราก็ไม่เห็นด้วย เพราะแต่ละข่าวที่ออกมามันดูเสียมากกว่าได้เสียอีก...
หัวข้อข่าว : โจ๊กเกอร์นอกจอถูกจับฐานขโมยโปสเตอร์
- เราควรศรัทธา...ว่าเขาไม่ได้ทิ้งโจ๊กเกอร์ไว้ให้คนอื่นเลียนแบบในด้านความบ้าคลั่ง
แต่มันได้สร้างฮีธ เลจเจอร์เอาไว้ให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่วัยรุ่นต่างหาก
ฮีธ เลจเจอร์สร้างTDK และTDKก็ได้สร้างฮีธด้วย
และสิ่งที่ฮีธเหลือไว้ให้คริสเตียน เบล "เพื่อน" ของเขา...
จะต้องไม่ใช่ความตายอย่างแน่นอน...
"When you miss somebody, you want to speak about him."
edit @ 30 Jul 2008 10:22:22 by ++Wadoiji++ [Kongou Agon]


รู้สึกเฮิร์ทที่รู้ถึงข่าวโรคซึมเศร้าของเบล เพราะเราก็เคยเป็นมาเหมือนกันและรู้ว่ามันเจ็บปวดขนาดไหน ยามที่เราต้องสูญเสียไปสักคนที่เราคิดว่าสนิทนั้นมันเป็นเรื่องที่ทำใจยากมากๆ
โดยส่วนตัวเราว่าเบลนั้นเป็นคนที่อ่อนไหวง่ายมากๆควบคุมอารมณ์ลำบากจึงสร้างเกราะปิดกั้นเอาไว้แต่จากแรงกระตุ้นหลายอย่างทำให้เกราะนั้นทลายออก ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานในการที่จะเยียวยาใครสักคน ในประโยคของหนังดรื่องนี้สามารถสื่อออกมาได้เต็มๆจริงๆ
"เพราะบางครั้งความจริงอย่างเดียวมันไม่พอ บางครั้งคนเราก็ต้องการรางวัลแห่งความศรัทธา"
ไม่ว่าเบื้องหลังของฮีธจะเป็นอย่างไรเพียงเราศรัทธาในสิ่งที่ดีในตัวของเขา เพียงแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว.....
เบล.....เราหวังในตัวนายนะ เราหวังว่านายจะกลับมาได้ นายจะสามารถฟื้นฟูจิตใจได้ ถึงแม้เราจะหวั่นหรือกลัวว่านายอาจคิดในด้านร้ายมากจนทนไม่ไหวแต่เราอยากให้นายไหวนะ
เบล เราขอเป็นกำลังใจให้นายสามารถสู้ต่อไป แม้นายจะไม่รู้แต่เราก็จะคอยเชียร์นายอยู่ตรงนี้ สู้เขานะ คริสเตียน เบล
#1 By whitefox on 2008-07-30 11:03