บ่นเฉย ๆ เรื่องตัวเอง
posted on 26 Nov 2007 02:26 by sadmanstanding in Diary
เอนทรี่นี่มีแต่เรื่องบ่น ๆ เป็นไดอารี่ ซึ่งไม่ค่อยเกี่ยวกับอายชิลด์หรอก ไม่ต้องอ่านก็ได้นะ
ขอซ่อนไว้ละกัน
อืม...ที่ต้องมาเขียน เพราะเป็นคนที่เล่าอะไรด้วยคำพูดไม่ค่อยเก่งน่ะ แล้วก็กลัวว่าคนที่เขาฟังเราจะเสียเวลาเปล่า ๆ ด้วย เหมือนคนที่กำลังอ่านอยู่นี่แหละ
เพราะงั้น...เราก็เลยเป็นคนที่ไม่ค่อยได้พูดอะไรให้คนอื่นฟังเท่าไร จนทำให้คนอื่นเข้าใจผิดในตัวเรามานัดต่อนัด แต่มันก็คงเป็นเรื่องธรรมดาแหละนะ คนอื่น ๆ ก็คงมีแบบนี้มั่งล่ะมั้ง
ช่วงนี้อาการเฟลโดยไม่มีสาเหตุกลับมาอีกแล้ว ถ้าจะถามถึงสาเหตุ อาจเป็นเพราะเราเป็นคนสองบุคลิกก็ได้ล่ะมั้ง มักจะมีนิสัยหรือความคิดที่ขัดแย้งในตัวเองอยู่บ่อย ๆ บางเวลาก็ดีมาก บางเวลาก็เลวมากอย่างไม่น่าเชื่อ(แต่ไม่ค่อยแสดงออกหรอก) เคยถูกหาว่าแสร้งทำเป็นแม่พระอยู่บ่อย ๆ จะพูดอะไรได้ล่ะให้คนอื่นเข้าใจ ว่าเราไม่ได้แกล้งทำเป็นคนแบบไหนเป็นพิเศษ เพียงแต่อารมณ์มันขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่เรื่อยก็เท่านั้น
แต่เราก็ยังเป็นแค่คน ๆ หนึ่งที่อยากเป็นคนดีนะ ทุกคนก็คงเหมือนกันล่ะมั้ง ใคร ๆ ก็ต้องพยายามเป็นคนดีอยู่แล้วนี่? ทำดีมันก็ต้องดีกว่าไม่ใช่เหรอ? ใครจะอยากทำคนอื่นร้องไห้บ่อย ๆ กันล่ะ
บางเวลาก็รักทุกคนบนโลก แล้วบางเวลาก็เกลียดมันทั้งโลกเลย
บางเวลาก็อยากเรียนรู้ บางเวลาก็ไม่อยากไปเรียน ที่แย่ก็คือ มันไม่ใช่เป็นช่วง ๆ แต่มันปุบปับจะเป็นขึ้นมาเฉย ๆ ซึ่งมันไม่ดีเลย ทำให้ชีวิตเราวุ่ยวาย จนรำคาญที่ตัวเองเป็นแบบนี้แล้วเราควบคุมมันไม่ได้...
เฉลี่ยแล้วเรามีความคิดจะฆ่าตัวตายเดือนละสองครั้งครั้งละนาน ๆ หรืออาจจะบ่อยกว่านั้น ประมาณอาทิตย์ละครั้ง...มั้งนะ แล้วก็จะหายไปช่วงหนึ่งแล้วก็กลับมาเป็นใหม่
ซึ่งจะให้มาเขียนลงบล็อกทุกครั้งที่คิดแบบนั้น ก็รู้อยู่ว่าหลายคนก็จะแสดงความเป็นห่วง ซึ่งมันไม่ดีเลย...
ส่วนใหญ่ที่คิด ก็มักจะมุ่งไปทางกระโดดตึก เป็นพวกปุบปับจะทำก็ทำ...(ซึ่งแน่นอนว่ามีอีกด้านอีกแล้ว ก็คือไม่ยอมทำอะไรเลยขึ้นมาเฉย ๆ ก็มี) ดังนั้นก็เป็นโชคดีที่หอเราอยู่แค่ชั้นสามและมีลูกกรงระเบียงกั้น เพราะพอเราเกิดจิตตกแบบนี้ แล้วมองฟ้าข้างนอก ก็นึกจะโดดออกไปสักครั้ง บางทีถ้าอยู่ชั้นสูง ๆ แบบพวกคอนโด คงจะมีสักครั้งที่อยู่ ๆ ก็โดดพุ่งออกไปเสียเฉย ๆ
คิดว่าปืนก็ดีนะ แต่ไม่มีตังค์ซื้อ บางทีก็คิดว่า น่าจะซื้อเอาไว้นะ พออยากทำจะได้ทำได้เลย แต่บางทีก็ฉุกคิดได้ว่า แบบนั้นก็ตายสิฟะ อ้าว ตกลงตูจะฆ่าตัวตายหรือเปล่า เห็นมั้ยว่าสับสนแค่ไหน อย่างกับมีคนที่ตรงข้ามกันสุดขั้วอยู่ในตัวตลอดเวลา มันลำบากนะว้อย
ทำไมเราถึงคิดฆ่าตัวตายนะ
จะว่าเกลียดโลกนี้ ก็เคยมีบ้าง ไม่ค่อยชอบสุงสิงกับคนอื่น เหมือนพวกฮิคิหน่อย ๆ ที่กลัวคนอื่น แต่ถ้าเป็นคนที่ถูกใจล่ะก็อาจจะยอมตายแทนได้เลยล่ะ อืม... แต่สิ่งที่ชอบวาด ชอบพิจารณาที่สุดก็คือมนุษย์กับร่างกายมนุษย์นี่แหละ ตกลงว่าเราเกลียดมนุษย์หรือว่าชอบกันแน่ น่าสับสนจริง ๆ
"โลกนี้ยังมีเรื่องน่าสนุกอีกเยอะน่า!" แต่บางเวลาก็ "โลกนี้เป็นอนัตตา ตัวเราเป็นอนัตตา อยู่ไปสุดท้ายก็คือความว่างเปล่า" ตกลงว่ามันสับสนแบบนี้ก็เลยไม่ได้ฆ่าตัวตายสักที ไม่แน่ใจความรู้สึกตัวเองด้วยซ้ำ... แบบนี้มันก็ไม่ค่อยจะดีนา...
ถ้าเทียบให้ชัดเรื่องความสับสนในตัวเอง อุนซุยคงเป็นอีกเรื่องที่เราเคยแสดงออกมั้ง กำลังรักราวลูกอยู่ดี ๆ นั่งจิตตกไปวันนึง กลายเป็นเกลียดจนมาเขียนระบายลงบล็อกซะงั้น แถมเขียนแรงด้วย (ใครเคยอ่านคงจำได้มั้ง) พอมานั่งอ่านทีหลังก็... "อา เขียนแรงจังเลย แบบนี้ไม่ดีเลยนะ" อืม.......
สรุปคือเหนื่อยใจที่ตัวเองมีสองด้านแล้วมันต่างกันเกินไป เหมือนเอาอิชิมารุกับอากอนมารวมกันจริง ๆ นั่นแหละ ไม่ค่อยโกรธใคร โดนด่าก็ยังเฉย ๆ แต่ถ้าโกรธขึ้นมา ท่าทางจะน่ากลัวน่าดูเลยนะ (พูดเหมือนไม่ใช่เรื่องของตัวเองงั้นแหละ...)
--------------------------------------
หลัง ๆ ยิ่งมึนตัวเอง ทั้งที่เปิดอ่านอายชิลด์ทุกวัน เข้าได วาดรูปอายชิลด์ ดูรูปในคอม พูดง่าย ๆ คือคลุกคลีอยู่ทุกวันไม่ได้ขาด แต่ทำไม...ทำไมนะ ช่วงนี้เรากลับคิดถึงอากอนจนจิตตกอยู่เรื่อย บางทีคิด ๆ เรื่องหมอนั่นอยู่ก็อยากจะร้องไห้ขึ้นมาเสียเฉย ๆ พออารมณ์นั้นมาชนกับอารมณ์จิตตกแบบอยากฆ่าตัวตาย คราวนี้เลยยุ่งไปกันใหญ่... กลายเป็นคิดถึงจนอยากฆ่าตัวตายไปซะ ซะอย่างงั้นเลย
ฟังดูไร้เหตุผลล่ะสิ ก็ว่างั้นเหมือนกัน
แต่มันเป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นเอง อืม... มันก็ไม่ใช่ว่าตายไปแล้วจะได้เจอเจ้านั่นซะหน่อย แล้วทำไมต้องคิดจะตายด้วยนะ ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริง ๆ
แล้วก็...เพื่อน ๆ
เคยคิดว่าเพื่อนน่ะช่างมันเถอะ แต่บางทีก็รู้สึกอยากเป็นเพื่อนกับใครหลายคน อยากสนิทกับคนอื่นได้บ้าง แต่ดูเราจะเข้ากันคนอื่นไม่ค่อยได้เลยนะ แต่ถ้าเป็นกลุ่มคนที่ชอบอะไรเหมือนกันน่ะไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เพื่อนซี้ก็บ้าการ์ตูน เพื่อน ๆ ชาวอายชิลด์เราก็อยากเป็นเพื่อนกับทุกคนเลยล่ะ ทุกคนก็คงรู้สึกเหมือนกันสินะ
หมายถึงเพื่อนที่ไม่ได้เริ่มคบกันเพราะชอบอะไรเหมือนกันน่ะ ถึงจะไม่ได้สนิทกับใครมาก แต่ก็รู้สึกดีนะที่เพื่อน ๆ ยังเป็นห่วงเราเวลาเราไม่ได้ไปมหาลัย คอยถามไถ่กันว่าทำงานส่งอาจารย์หรือยัง กระทั่งโทรมาปลุกกลางดึกให้ทำงานส่งอาจารย์... ซึ้งจังเลยนะ... รู้สึกรักเพื่อน ๆ จัง แม้ว่าจะไม่ได้พูดหรือแสดงออกอะไรออกไปก็เถอะ
อย่างเพื่อนตอนปวช. ทั้งห้องมีแค่9คน เราเคยพูดไปว่า เรารักพวกแกทุกคนมาก ๆ เลยนะ คือ...เป็นพวกที่รักใครแล้วจะบอกตรง ๆ น่ะ ทั้งกับเพื่อนหรือคนที่ชอบแบบแฟน กับเพื่อนซี้ก็เคยพูด ว่ากูรักมึงว่ะ แต่กลับเพื่อนที่มหาลัยตอนนี้ยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่ แต่ก็รักนะ เพียงแต่ไม่ได้พูดเท่านั้นเอง
ทีแรก... เราเข้าใจว่าในสายตาคนอื่น เขาคงจะมองเราเพี้ยน ๆ มั้ง แบบว่าชิว ๆ บ้า ๆ บอ ๆ เขาคงไม่ได้คิดอะไรกับเรามากไปกว่าเพื่อนคนนึงที่เป็นคนธรรมดาทั่วไป อารมณ์ประมาณอิชิมารุที่จืด ๆ อยู่ในห้อง อะไรแบบนั้นล่ะมั้ง
แต่เร็ว ๆ นี้เพิ่งมีเพื่อนไปพูดกับเพื่อนซี้เราว่า เราเนี่ย...เข้าถึงยาก ไม่รู้จะคุยอะไรด้วยดี (ประมาณว่าดูไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่ด้วยหรือเปล่านะ) ทำให้เราอึ้งนิดหน่อย เพราะไม่คิดว่าจะมีใครอยากคุยกับเราแล้วหาทางมาคุยไม่ได้ แบบนี้มันไม่ค่อยจะดีนะเนี่ย... รู้สึกแปลก ๆ เหมือนกับว่า...ถูกมองออกแบบปรุโปร่งจากคนที่ไม่ค่อยได้คุยกันงั้นแหละ
จริง ๆ แล้วเราเป็นคนที่เข้าถึงยากแล้วก็ไม่ค่อยเปิดใจให้ใครหรือเปล่านะ ยังไงก็มีน้อยคนมากที่เราจะคุยบางเรื่องด้วย หรือว่าไม่มีเลยกันแน่... บางเรื่องที่อยู่ในความคิดมันก็พูดยากนี่นา อย่างเรื่องฆ่าตัวตายเนี่ย จะอธิบายยังไงให้คนอื่นเข้าใจล่ะ ยิ่งพูดทางปากยิ่งประหลาดยังไงไม่รู้...
เข้าถึงยากงั้นเหรอ... ทำเอาอึ้งไปเลย แต่ไม่ใช่โกรธนะ ก็แค่ตกใจ เคยคิดว่าตัวเองเข้ากับคนง่าย แล้วก็เป็นคนตลก (ถึงจะแป้กซะเยอะก็เถอะ) หรือว่านั่นก็เป็นตัวเราคนนึง แล้วด้านที่เข้าถึงยากมาก ๆ นั่นก็เป็นอีกคนนึงหรือเปล่านะ
เข้าถึงยากงั้นเหรอ... คงจะมีหลายคนรอบตัวเราที่คิดแบบนั้นอยู่ล่ะมั้ง
แล้วก็ "ทำไมเวลาปกติโด๋ยเงียบมากเลย แต่เวลาอยู่กับแก (เพื่อนสนิทเรา) โด๋ยคุยเก่งมาก" อืม...คนอื่นเขาก็สังเกตเราอยู่ด้วยนี่นะ เราไม่ได้เงียบหรอก เพียงแต่ไม่ค่อยมีคนมาคุยกับเรา เอ่อ...เขาคงหาเรื่องคุยไม่ได้ล่ะมั้ง แบบนี้ก็แย่น่ะสิ... อ๊ะ แล้วก็คงเพราะเราไม่ค่อยกล้าไปคุยกับคนอื่นก่อนด้วยล่ะมั้ง เว้นแต่ถ้ารู้ว่าเป็นคนการ์ตูนเหมือนกันก็จะคุยได้ง่ายขึ้น
บางทีก็คิดว่า หรือว่าตลอดมาเราจะปกป้องตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง ด้วยการทำให้ตัวเองดูเป็นตัวโจ๊กหรือเปล่านะ ทำให้คนอื่นขำ แล้วก็เมินเราไป เพราะไม่อยากเป็นจุดเด่นอีกแล้ว... เป็นแค่คนเพี้ยน ๆ ก็ดีแล้วนี่นา
เรายังต้องค้นหาตัวเองไปอีกนานมั้ยนะ
ยังไม่อยากตายซะก่อนเลย เพราะงั้นอย่ารีบตายเลยนะ... (เหมือนไม่ได้พูดกับตัวเองงั้นแหละ...)
----------------------------------------
เรื่องที่น่าเหนื่อยใจอีกเรื่องก็คือ เรื่องที่เรากลัวความมืดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ นี่แหละ เดี๋ยวนี้มันหนักขึ้นขนาดไปในที่ ๆ สลัวคนเดียวก็แทบจะหายใจไม่ออกแล้ว กลัวไฟดับจริง ๆ เลย พอไฟดับทีจะหายใจไม่ออก ต้องค่อย ๆ ทำใจเย็น ๆ แล้วก็ต้องหลับตาเพราะว่ากลัว ทั้งที่หลับตาแล้วก็มืดนี่นา แล้วลืมตาก็มืด แล้วมันต่างกันตรงไหนนะ กลัวมากขึ้นจนอยากไปหาจิตแพทย์ แต่ก็คิดว่าเขาคงช่วยอะไรเราไม่ได้มากอยู่ดี เฮ้อ...
ทำยังไงถึงจะเลิกกลัวได้นะ... แบบนี้มันลำบากนะเนี่ย
บ่นยาวจังเลย - -" คนอ่านเสียเวลาแย่เลยเนอะ
จบล่ะ
คิดถึงอากอนจัง...












ไม่เสียเวลานะคับ
เรื่องที่เขียนมาก็คล้ายตัวเราเหมือนกันอ่ะ
เราว่าเราหนักกว่าด้วยซ้ำ
นี่แค่อยากฆ่าตัวตาย
แต่เราบางทีอยากฆ่าคนอื่นด้วยอ่ะ
บางทีเห็นคนลงบันไดก็อยากจะลองเอาเท้าถีบเค้าดู
แล้วยืนดูว่าเค้าจะตกลงไปยังไง
หรือบางที
ยืนรอรถเมล์ก็อยากเอามือเข้าไปผลักให้เค้าโดนรถทับ
แล้วรอดูเลือดทีค่อยๆไหลออกมาชะโลมถนนที่สีเทา
ที่ไม่ต่างไปจากอารมณ์ปกติของเรา
ที่จะออกสีเทา+ฟ้า
แล้วไอ้เรื่องเข้าถึงยาก
ไม่รู้ว่าเหมือนกันรึเปล่า
แต่เพื่อนๆมักจะพูดว่า
"ทำไมเวลามึงมีเรื่องอะไรมึงไม่ค่อยเล่าวะ?"
ที่ไม่ค่อยเล่าก็เพราะคิดว่่า
มนุษย์น่ะ มันไม่มีใครที่ไว้ใจได้ 100 % หรอก
ถึงจะไว้ใจขนาดไหน ทุกทีต้องโดนแว้งกัดจนได้
แต่เพื่อนส่วนใหญ่จะไม่รู้เรื่องพวกนี้
ก็จะเห็นเราเฮฮาไร้สาระไปวันๆ
พูดจริงๆว่าถ้าตอนนี้ไม่มีคุณแม่อยู่
เราคงจะไปเกิดใหม่นานแล้วล่ะ
ที่อยู่มาจนถึงทุกวันนี้ก็เพราะคุณแม่ . . .
(ขอโทษที่เข้ามาบ่นยาวคับ
#1 By KaTTo-+tOdA on 2007-11-26 06:39