Hurt Impression 11 [AUN]
posted on 29 Aug 2007 22:03 by sadmanstanding in Hurt
Chapter 11 : Sky Hour
บ่ายวันศุกร์กับชั่วโมงศิลปะ ห้องของพวกเขาย้ายมาเรียนกันที่ห้องของชมรมศิลปะ มุซาชิเลือกนั่งติดหน้าต่างอย่างเคย โต๊ะถูกจัดวางเป็นวงกลมดังนั้นคุริตะจึงเข้ามานั่งข้าง ๆ เขาแล้วต่อด้วยฮิรุม่า
"เอ้า ก็อย่างที่บอกไปเมื่อชั่วโมงที่แล้วนะชั่วโมงนี้เราจะวาดรูปเพื่อน ๆ กัน ก็ขอให้จับคู่กับเพื่อนแล้วก็หันโต๊ะมาชนกัน ใช้ดินสอแรเงาอย่างเดียวนะจ๊ะ" อาจารย์ชายไว้หนวดเป็นแผงบอกหัวข้อในที่สุด
"งั้นแกคู่กับฉันแล้วกัน" ฮิรุม่าหันไปคุยกับคุริตะทันทีเพราะใบหน้าของเจ้าอ้วนดูจะวาดง่ายกว่าคนอื่น เพื่อนตัวกลมของเขาทำท่าอ้ำอึ้งหันไปมองมุซาชิทีหันมามองเขาทีด้วยความรู้สึกลังเลอะไรบางอย่าง
"อ...อ่า...มุซาชิน่ะวาดรูปเก่งนา ฉันว่านายคู่กับมุซาชิดีกว่า" คุริตะรีบลุกขึ้นจากระหว่างกลางของคนทั้งคู่ก่อนจะเดินไปหาเพื่อนคนอื่นที่ยังไม่มีคู่วาดรูป ฮิรุม่ามองหน้ามุซาชิเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจเหนื่อยหน่าย
คุริตะคงอยากให้เขามีโอกาสคุยกับมุซาชิ แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วเจ้าแป๊ะอ้วนนั่น...อย่างไรเขาก็เข้าใจดี ผ่านมาเกือบอาทิตย์แล้ว แม้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม พวกเขาสามคนยังไปไหนมาไหนด้วยกัน แล้วอากอนก็ไม่ได้โผล่หน้ามาเลยก็ตามที แต่เฉพาะตัวเขาเองนั่นนับจากวันนั้นก็คุยกับมุซาชิแทบจะนับคำได้
เจ้าหน้าแก่ดูจะไม่เดือดเนื้อร้อนใจหรือรู้สึกอะไรเป็นพิเศษ เขาหันหลังให้หน้าต่างแล้วจับโต๊ะทั้งสองมาชนกัน ทั้งคู่นั่งลงเหมือนคู่อื่น ๆ พร้อมหยิบกระดานวาดรูปขึ้นมาเตรียมจะวาด
มุซาชิไม่ยอมพูดอะไรเอาเสียเลย ใจจริงแล้วเขาก็อยากจะพูดคุยให้ได้เหมือนเดิมแต่กลับรู้สึกถึงกำแพงบาง ๆ ที่คั่นกลางระหว่างเขากับฮิรุม่าอยู่จนเขาเองไม่กล้าจะพูดอะไรมาก ชายหนุ่มที่หน้าไม่ค่อยหนุ่มเริ่มร่างภาพลงไปบนกระดาษแผ่นบาง เจ้าคุริตะก็พูดเกินไปหน่อย ฝีมือวาดรูปของเขาก็ไม่ได้ดีเด่อะไรนักหรอก
"...ยังติดใจเรื่องวันนั้นอยู่อีกหรือไง" ฮิรุม่าเอ่ยเสียงค่อยแต่ก็ไม่ถึงขั้นกระซิบกระซาบ
"หืม...เปล่านี่" มุซาชิตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉย "ไม่เกี่ยวกับฉันอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง"
ฮิรุม่าเหลือบตาขึ้นมองอีกฝ่าย ใบหน้าคมเข้มนั้นไม่รู้ทำไมถึงได้ดูเข้ากับท้องฟ้านอกหน้าต่างที่เป็นฉากหลังนัก ชายผมสีทองชะงักปลายดินสอในมือนิ่ง
"เปลี่ยนใจล่ะ" ฮิรุม่าลุกขึ้นแล้วเดินไปรื้อตู้เครื่องเขียนของอาจารย์ท่ามกลางสายตาของคนทั้งห้อง ส่วนอาจารย์ที่เฝ้าดูอยู่นั้นแม้ไม่กล้าออกปากห้ามอะไรแต่ก็สงสัยอยู่เต็มอกเมื่อฮิรุม่าหยิบสีออกมาจากตู้นั้น นั่นน่ะ...รู้ได้ยังไงนะว่าสีเก็บอยู่ตรงนั้น อาจารย์เริ่มไม่ไว้วางใจในสวัสดิภาพของตัวเองเสียแล้ว
"เฮ้ย ๆ เขาให้วาดรูปขาวดำแกจะผ่าไปลงสีเลยรึไง" มุซาชิแค่นหัวเราะที่อยู่ ๆ เพื่อนก็ลุกขึ้นมาทำอะไรแปลกพิลึก ฮิรุม่าทำเป็นไม่สนใจคำทักนั้นและเริ่มร่างภาพลงบนกระดาษที่หนาขึ้นกว่าเดิม
"...แกนี่วาดยากชะมัด" ชายผมสีทองบ่นอุบอิบเมื่อเริ่มร่างภาพไปได้เพียงครู่เดียว
"แกก็เหมือนกันนั่นแหละ" มุซาชิยิ้มแต่ดินสอปลายแหลมในมือยังขยับไม่ยอมหยุด เขาจับจ้องไปที่คนตรงหน้า คนอะไร...หน้าแหลม ๆ ฟันแหลม ๆ ตาก็แหลม หูก็แหลม ผมก็แหลม คางก็ยังแหลมแหลมไปหมดทั้งหน้า พอคิดแบบนั้นเขาก็เกือบจะหัวเราะออกมาเสียแล้ว
ฮิรุม่าเริ่มหยิบพู่กันมาลงสี จากมุมที่มุซาชินั่งทำให้มองไม่เห็นว่ารูปที่วาดออกมาเป็นยังไง นาน ๆ ทีจะเห็นฮิรุม่าตั้งใจเรียนวิชาปลีกย่อยพวกนี้เสียที ก็น่าแปลกดีเหมือนกัน ชายหน้าเข้มทอดสายตามองภาพรวมใบหน้าของอีกฝ่ายแล้วเทียบกับรูปที่ตัวเองวาดออกมาอีกครั้ง พลันสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างเคลื่อนไหวเล็กน้อย
ใบหูยาว ๆ ข้างหนึ่งของฮิรุม่ากระดิกดิ๊ก ๆ สองสามที มุซาชิสะดุ้งเฮือกใหญ่จนชายผมสีทองต้องเงยหน้าขึ้นมามอง
"อึ๋ย!" มุซาชิร้องเบา ๆ แต่ระดับความตกใจไม่ได้เบาบางไปด้วยเลย เมื่อกี้มันอะไรกัน! ใบหูนั่น...! มัน...ไม่สิ จะว่าน่ารักหรืออะไรดีล่ะที่มันกระดิกได้แบบนั้น...
"เป็นอะไรของแกเจ้าหน้าแก่" ฮิรุม่าทำหน้าเจื่อนเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นอีกฝ่ายกำลังช็อกค้างนิ่งอยู่ มุซาชิรีบส่ายหน้าเลิกลั่กแล้วก้มลงวาดรูปต่อโดยหวังว่าไอ้ที่เห็นเมื่อครู่เขาอาจจะคิดไปเองก็เป็นได้...ซะที่ไหนกันล่ะ! มันกระดิกดิ๊ก ๆ จริง ๆ นะเฟ้ย!
"...หูแกนี่ประหลาดชะมัด" มุซาชิเอ่ยโดยแฝงความหมายไว้อย่างซับซ้อนซ่อนเงื่อน ฮิรุม่าเริ่มขมวดคิ้วหนักขึ้น
"หุบปากแล้ววาดไปเถอะน่า วิจารณ์หน้าฉันอยู่ได้"
"เอ่อ...แต่ว่ามันประหลาดจริง ๆ นา..." มุซาชิพยายามยืนยันก่อนจะชะงักคำพูดไปเพราะฮิรุม่าพูดสวนขึ้นมาทำนองว่าถ้าแกพูดเรื่องหูฉันอีกคำเดียวหน้าแกในรูปได้เละแน่ ๆ เรื่องของหูจึงเงียบไป แล้วกลายเป็นกรณีของฟันแหลม ๆ ที่มุซาชิยังคงเสนอประเด็นขึ้นมาไม่เลิก
คุริตะที่จับคู่กับเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งหันไปมองเพื่อนทั้งสองเป็นระยะ เขาดีใจที่ตัวเองคิดถูกแล้วที่เปิดโอกาสให้ทั้งสองคนได้คุยกัน ตอนนี้ดูเหมือนว่าในที่สุดทั้งสองคนก็จะเริ่มกลับมาคุยกันได้เหมือนเดิมเสียที
ท้ายชั่วโมง ทุกคนในห้องวาดเสร็จเกือบหมดเหลือเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังทำงานช้าอยู่ คุริตะที่เดินไปส่งงานเรียบร้อยแล้วเดินไปดูงานของฮิรุม่าซึ่งทำเสร็จพอดี
"โห..." เจ้าอ้วนพูดอะไรไม่ออก ถึงจะไม่ได้สวยสมบูรณ์ระดับมืออาชีพก็เถอะแต่ก็นับว่าเป็นภาพสีน้ำที่สวยไม่เบาเลย เพื่อนคนอื่น ๆ ก็ได้แต่มุงดูอยู่ห่าง ๆ แม้จะสนใจแต่ก็ไม่ค่อยมีคนกล้าเข้าไปยืนใกล้ ๆ ตัวฮิรุม่ามากนัก
มุซาชิที่วาดเสร็จแล้วเช่นกันเดินวกไปดูงานของอีกฝ่าย ปกติแล้วหมอนี่จะวาดรูปแบบขอไปทีแต่งานคราวนี้กลับออกมาไม่เลวเลยทีเดียว
"ว่าแต่หน้าแก่ชะมัด แกเห็นหน้าฉันเป็นแบบนี้หรือเนี่ย" ชายหน้าเข้มลูบเคราแข็ง ๆ ของตัวเองด้วยท่าทีอ้ำอึ้ง ชายในรูปวาดท่าทางอย่างกับคนอายุสักสามสิบอย่างไรอย่างนั้น ส่วนพื้นหลังก็ลงเป็นสีฟ้าสลับกับปล่อยขาวเอาไว้เหมือนกับท้องฟ้านั่นเอง
"เคี๊ยก ๆ ฉันก็วาดตามที่เห็นล่ะน่า" ฮิรุม่าแกล้งแซวพร้อมกับแกะงานออกจากกระดาน อาจารย์ที่เฝ้ามองอยู่แม้อยากจะท้วงใจจะขาดว่าให้วาดรูปขาวดำไม่ใช่รูปสีแต่ก็ไม่กล้าพูดออกไป อา...ช่างน่าสงสารเหลือเกิน
"มุซาชิก็เสร็จแล้วนี่ ขอดูหน่อยสิ" คุริตะที่ยืนอยู่ข้าง ๆ คะยั้นคะยอ มุซาชิจึงยกกระดานขึ้นมาให้ดู ฝีมือก็นับว่าไม่ต่างจากฮิรุม่าเท่าไรนัก รูปขาวดำที่เกิดจากเส้นดินสอแม้จะวาดสัดส่วนได้ไม่ค่อยดีแต่ก็ยังดูออกได้ว่าเป็นใคร
ฮิรุม่าเอนหลังมาดูรูปตัวเอง พอเห็นเข้าเต็ม ๆ ก็ขมวดคิ้วนิ่ง
"หูฉันไม่ได้ยาวขนาดนั้นเสียหน่อย" เขาบ่นอีกครั้งก่อนจะก้มลงไปเขียนชื่อตัวเองลงใต้งานเพื่อเตรียมส่ง มุซาชิหันกลับมาตามคำถามทันที
"ฉันเองก็วาดตามที่เห็นเหมือนกันนะ" มือใหญ่กำหลวม ๆ แล้วไล้ตรงข้อนิ้วไปตามหลังใบหูยาว ๆ ของอีกฝ่าย ชายผมสีทองสะดุ้งก่อนจะหันกลับมา ใบหน้าที่เคยสงบนิ่งนั้นแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย มุซาชิจับจ้องสีหน้านั้นด้วยความตกใจไม่แพ้กัน
"แก! ไอ้หน้าแก่ตูดหมึก!!" ฮิรุม่าชักปืนกระบอกยาวขึ้นมาเล็งใส่เขาอย่างเอาจริงเอาจัง คุริตะรีบเข้ามาห้ามอีกครั้ง ส่วนมุซาชินั้นพอรู้ว่าตัวเองเจอจุดอ่อนของฮิรุม่าเข้าก็เผลอหลุดเสียงหัวเราะออกมาอย่างร่าเริง
แม้จะไม่ได้พูดอะไรแต่ทั้งสามก็รู้ได้ว่ารอยร้าวที่เคยมีค่อย ๆ กลับมาประสานกันอีกครั้ง ท้องฟ้านอกหน้าต่างยังคงเฝ้ามองขณะที่พวกเขากลับมายิ้มให้กัน แดดยามบ่ายเอาเข้าจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้ร้อนระอุสักเท่าไรนักเลย
..........
"อากอน!" เสียงทักดังขึ้นจากทางด้านหลัง ชายหนึ่มผู้สวมแว่นกันแดดหันกลับไปมองก็พบพี่ชายฝาแฝดของตัวเองวิ่งเข้ามาใกล้ อากอนที่กำลังจะเดินออกนอกรั้วโรงเรียนจึงชะงักฝีเท้าเอาไว้
"จะไปไหนหรือเปล่า กลับบ้านด้วยกันเถอะ วันนี้ฉันไม่มีซ้อมพอดีน่ะ" อุนซุยพูดด้วยน้ำเสียงหอบเล็กน้อย อีกฝ่ายทำหน้านิ่งแล้วเงียบไปครู่ใหญ่ขณะที่ทั้งคู่ค่อย ๆ เดินออกมานอกรั้วโรงเรียนด้วยกันพร้อมมีนักเรียนคนอื่นเดินทยอยออกมาให้ขวักไขว่
"เสาร์นี้ไปสวนสัตว์ด้วยกันไหม" อากอนตอบไม่ตรงคำถาม อุนซุยขมวดคิ้วนิ่งไปชั่วอึดใจ
"แกอยากไปหรือ ทำไมจู่ ๆ ..."
"เปล่าน่า...มีคนเขาให้บัตรฟรีมา เฮ้อ...แต่ก็อย่างว่า..." อากอนอธิบายด้วยน้ำเสียงเนือย ๆ
"...ไม่ล่ะ วันจันทร์นี้มีสอบไม่ใช่หรือ ฉันต้องอ่านหนังสือน่ะ"
"เฮอะ ก็ว่าแล้วว่าต้องพูดอย่างนี้" อากอนทำหน้าเซ็ง ถึงเขาจะไม่ได้ชอบไปตากแดดเดินดูสัตว์พรรค์นั้นเท่าไรก็เถอะแต่ไหน ๆ ก็ฟรีทั้งที บางทีเขาคงโทรชวนสาวในลิสต์สักคนไปด้วยกันอย่างนั้นก็ได้ล่ะมั้ง
อากอนยื่นกล่องข้าวเปล่า ๆ ให้อุนซุย พี่ชายรับมันไปแล้วเปิดดูเล็กน้อย
"อ๊ะ! เจ้าบ้านี่ เหลือถั่วลันเตาเอาไว้อีกแล้ว" ชายผมเกรียนบ่นพร้อมขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ทั้งที่อุตส่าห์เอาลงไปผัดกับข้าวแล้วยังจะเขี่ยทิ้งออกมาอีก เจ้านี่นี่หัวดื้อชะมัด
"แกก็รู้ว่าฉันไม่ชอบแล้วจะสะเออะใส่มาทำไมทุกวันล่ะ หา"
"เอาเถอะน่า แล้วพรุ่งนี้อยากกินอะไรล่ะ" เขาหันไปมองอีกฝ่ายตาแป๋ว อากอนรีบหลบสายตาแบบนั้นไปทางอื่นทันที
"...จะทำอะไรก็ทำมาเถอะ" เขาพูดอย่างขอไปทีเหมือนทุกวันก่อนจะยกมือถือขึ้นดูเพื่อเลือกว่าจะโทรชวนใครไปด้วยกันในวันเสาร์นี้ก็บังเอิญเห็นข้อความใหม่เข้ามาพอดี
'วันนี้วาดรูปสีน้ำรูปเพื่อนตูดหมึกคนนึง สนุกดีเหมือนกัน เอาไว้ฉันจะวาดแกบ้าง'
อากอนยิ้มให้กับข้อความไร้สาระนั้น อะไรกันนักหนา...ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเนี่ยข้อความไร้สาระพรรค์นี้ถูกส่งโต้ตอบกันไปมาตั้งไม่รู้กี่ครั้ง
'แต่วันนี้ฉันเบื่อชะมัด เจ้าอุนโกะใส่ถั่วลันเตาลงมาในข้าวกล่องอีกแล้ว' อากอนรู้ดีว่าไอ้ข้อความที่เขาส่งไปมันก็ไร้สาระไม่แพ้กันแต่ก็ตลกดี
'หน้าแกมันกลมเหมือนเม็ดถั่วล่ะมั้ง' ฮิรุม่าส่งกลับมา ปากเสียเหมือนเคย...อากอนลูบแก้มตัวเองเบา ๆ ช่วงนี้เขาอ้วนหรือเปล่านะถึงได้ถูกทักว่าหน้ากลม ไม่หรอก...เจ้านั่นมันก็ปากเสียไปตามเรื่องนั่นแหละ
แวบแรกอากอนตั้งใจจะส่งข้อความไปชวน แต่คิดอีกทีเขาไปหาเจ้าตัวเองเลยดีกว่าเพราะนี่ก็เกือบอาทิตย์แล้วที่เขากับเจ้านั่นไม่ได้เจอหน้ากันเลย อากอนยิ้มอย่างอารมณ์ดีแล้วเก็บมือถือลงกระเป๋า
แล้วนี่เขา...จะไปแคร์มันทำไมกันล่ะ อากอนเริ่มรู้สึกตัวอีกครั้ง ถึงไม่ได้เจอกันก็ไม่เห็นเป็นอะไรไม่ใช่หรือ เขานี่...ทำอย่างกับเจ้านั่นเป็นแฟนไปได้
"มีอะไรหรือเปล่า" อุนซุยทักขึ้นเมื่อเห็นท่าทีของอากอนดูแปลก ๆ เดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวก็นิ่งเหมือนคิดอะไรอยู่ ชายหนุ่มผู้สวมแว่นกันแดดหันไปหาพี่ชายฝาแฝดเล็กน้อย
"เออ เปล่า ๆ เดี๋ยวฉันจะไปธุระหน่อย แกกลับบ้านไปก่อนละกัน" อากอนยื่นมือขึ้นมาลูบหัวเกรียน ๆ ของอีกฝ่ายเบา ๆ แล้วจึงผละไป
"...ฮื่อ" อุนซุยรับคำ อากอนจึงเดินเลี้ยวไปคนละทางโดยมุ่งหน้าไปที่สถานีรถไฟ อุนซุยมองตามไปอย่างเงียบ ๆ เพียงครู่เดียวก็เริ่มเดินกลับบ้านต่อ
สวนสัตว์หรือ ก็แปลกที่ดีอากอนชวนไปเที่ยวที่แบบนั้น ทว่าเป็นเพราะเขาอยากจะห่างจากหมอนั่นสักระยะถึงได้รีบปฏิเสธไป อุนซุยถอนหายใจก่อนจะหันกลับไปมองน้องชายของตัวเองที่กำลังเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ
นั่นนายกำลังรีบร้อนไปหาใครกันนะ...
.
.
.
.
ซีเคร็ทอัพแล้วน้อ
วันที่2เดือน9 วันเกิดคุโรกิ โคจิ หนึ่งในสามพี่น้องหาหาหา(บอกว่าไม่ใช่พี่น้องไงฟะ) อย่าลืมเข้าไปอวยพรกันด้วยนะจ๊ะ เราวาดรูปให้คุโรกิเตรียมไว้แล้ว >3< ถ้ามีวันเกิดใครอีกจะมาแจ้งอีกเรื่อย ๆ จ้า
.
.
edit @ 24 Feb 2008 18:00:54 by ++Wadoiji++ [Kongou Agon]













อยากจับหูฮิรุม่าเหมือนกันนะ ท่าทางมันจะนิ่มๆ อิอิ (ดูในเรื่องจิ มีแต่คนชอบหูโยจัง ก๊าก)
ปล. ว่าแต่...มีใครรู้วันเกิดฮิรุม่ามั่งเนี่ย??
#1 By Gu_Tango on 2007-08-30 00:51