Hurt Impression 07 [AUN]
posted on 13 Aug 2007 20:05 by sadmanstanding in Hurt
Chapter 7 : If I love...
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในยามเช้า ฮิรุม่าเอื้อมมือไปใต้หมอนเพื่อจะกดปิดแต่โทรศัพท์ก็ไม่ได้อยู่ใต้หมอนดังเช่นปกติ เขาลืมตาขึ้นอย่างงัวเงียและพยายามลุกขึ้นนั่งแต่กลับปวดเอวเสียจนลุกไม่ขึ้น
"อุ๊บ..." ฮิรุม่าเผลอส่งเสียงแล้วหยุดนิ่งไป เสียงโทรศัพท์ที่เขาดังปลุกไว้ยังดังอย่างต่อเนื่อง เช้าแล้ว...แต่สภาพนี้เขาไม่ค่อยแน่ใจตัวเองนักว่าจะถ่อสังขารไปโรงเรียนไหวหรือไม่
"หนวกหูจริงเว้ย" คนข้าง ๆ ตัวเขาสบถขึ้นมา ฮิรุม่าตกใจจนต้องรีบหันไปดูทันที อากอนกำลังนอนสบายแต่เอามือขึ้นมาปิดหูอย่างคนขี้เซา บนเตียงสีขาวเตียงเดียวกับเขานี่เอง
"เฮ้ย! ตื่นได้แล้ว แกยังไม่ไสหัวกลับบ้านไปอีกหรือฟะ!" ฮิรุม่าเขย่าตัวชายคนข้าง ๆ ไปมาอย่างนึกโมโหก่อนจะค่อย ๆ ลุกเดินไปที่กระเป๋าซึ่งตกอยู่ในห้องหน้าประตูเพื่อปิดโทรศัพท์
อากอนเองก็ลุกขึ้นนั่งอย่างงัวเงียเล็กน้อยแต่ก็ถือว่าได้นอนเต็มอิ่มมากกว่าปกติ เขาหันไปมองฮิรุม่าที่กำลังทำอะไรบางอย่างกับโทรศัพท์อยู่ตรงหน้าห้อง ร่างที่เปลือยเปล่านั้นยืนเท้าเอวราวกับไม่แคร์สายตาใครเลยจริง ๆ
เขาลุกขึ้นเพื่อจะเดินไปเข้าห้องน้ำแต่พอดีเหลือบไปเห็นขาของฮิรุม่าที่กำลังสั่นระริกเหมือนจะยืนไม่อยู่แล้วเขาก็ได้แต่นึกขันในใจ ชายหนุ่มเข้าไปกอดร่างบางที่กำลังฝืนตัวเองนั้นเอาไว้อย่างนึกสนุก
"ทำอะไรของแก" ฮิรุม่าดิ้นเล็กน้อยด้วยความรำคาญ ทันใดนั้นอากอนก็อุ้มเขากลับมาที่เตียงอีกครั้ง ชายผมสีทองโวยวายเล็กน้อยพร้อมกระแทกสันมือใส่หน้าคนที่อุ้มเขาด้วยความโมโห การทำแบบนั้นทำให้อากอนฉุนขาดไม่แพ้กัน
"เอะอะอะไรก็ใช้กำลังนะแกน่ะ" เขาซุกหน้าลงที่ซอกคอของอีกฝ่ายเพื่อกันไม่ให้หน้าโดนทำอะไรอีก ฮิรุม่าเหลือบมองนาฬิกาตรงโทรทัศน์ที่ปลายเตียง บ้าชิบ...จะเก้าโมงอยู่แล้ว แบบนี้คงไม่ต้องไปโรงเรียนกันแล้วล่ะ
"ไม่กลับบ้านหรือไง" เขาบ่นอุบอิบด้วยความรำคาญ ไอ้ล่ำนี่คิดจะนอนทับอยู่บนตัวเขาอีกนานแค่ไหนกันนะ
"เย็นชาจริงนะ คนเพิ่งนอนร่วมเตียงเดียวกันมาเมื่อคืนแท้ ๆ" อากอนแสร้งตัดพ้อ ทว่าชายหนุ่มที่ถูกทับอยู่เบื้องล่างกลับยิ้มเยาะอย่างไม่แยแส
"ปกติแกก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง" ฮิรุม่าเอ่ยตามข้อมูลที่เขารู้เกี่ยวกับอากอนพร้อมกับเอื้อมไปหยิบหมากฝรั่งไร้น้ำตาลบนหัวนอนมาแกะห่อ "ก็แค่สนุกด้วยกันทั้งคู่ใช่ไหมล่ะ..."
"หืม...งั้นมั้ง" ชายร่างใหญ่ที่กอดผู้ที่อยู่ด้านล่างเอาไว้นั้นส่งเสียงราวกับกำลังนึกคิด นี่ไม่ใช่ปกติวิสัยของเขา ปกติแล้วหลังจากเรื่องบนเตียงจบลงและล่วงเข้าสู่เวลาเช้าก็ควรถึงเวลาแยกย้ายกันไปเสียที แต่ว่าตอนนี้เขากลับไม่อยากลุกออกไปไหนเอาเสียเลย
'ก็แค่สนุก' ใช่...มันน่าจะแค่นั้นแท้ ๆ นี่นา...
"ไม่รีบกลับบ้านหรือไง" ฮิรุม่าถามซ้ำแล้วเปลี่ยนท่ามานอนเฉย ๆ อย่างไม่ขัดขืน ปากก็เคี้ยวหมากฝรั่งไปด้วย แสงอาทิตย์ด้านนอกเริ่มร้อนขึ้นเล็กน้อยตามช่วงเวลา อากอนซบหน้าลงบนผิวขาวเนียนตรงหน้าก่อนจะปิดตาลงอย่างเงียบ ๆ
ชายหนุ่มผู้มีผมสีทองได้แต่ถอนหายใจ เขาขยับตัวขึ้นนั่งโดยยังคงถูกแขนใหญ่ ๆ นั้นโอบเอวเอาไว้ ดูท่าเขาจะเก็บเอาภาระเข้ามาไว้ในบ้านเสียแล้ว...แต่เรื่องอะไรจะยอมหนักอยู่คนเดียวล่ะ เขาคิดก่อนจะหยิบโน้ตบุ๊คมาวางทับไว้บนหลังของอากอนเพื่อเช็กข้อมูลเหมือนทุกวัน ชายหนุ่มที่นอนคว่ำอยู่ได้แต่ร้องอือ ๆ ด้วยความรำคาญแต่ท้ายที่สุดก็หลับสนิทไปในบ้านของคนแปลกหน้าซึ่งเพิ่งได้พบเจอกันเพียงไม่กี่วันเท่านั้นเอง...
...............
โรงเรียนมัธยมในเขตคานางาว่าพลุกพล่านไปด้วยผู้คนเหมือนโรงเรียนอื่น ๆ นักเรียนชายหญิงเริ่มทยอยกันออกมานอกห้องเรียนเพื่อหาที่ทานอาหารเที่ยง ชายหนุ่มผมเกรียนในชุดกักคุรันถือข้าวกล่องออกมาจากห้องพร้อมมีสีหน้าหงุดหงิด
เขาเดินลงไปที่สวนหน้าตึกแล้วสอดส่ายสายตามองหาคนที่เขากำลังรอไปด้วยแต่ก็ไม่เห็นมีวี่แวว อุนซุยถอนหายใจ สองวันเข้าไปแล้วที่อากอนหายตัวไปและไม่ยอมมาโรงเรียน แม้จะชอบเที่ยวหรือโดดเรียนแค่ไหนแต่ปกติก็ไม่เคยหายตัวไปเฉย ๆ ข้ามวันข้ามคืนแบบนี้เลย
อุนซุยกังวลอยู่ลึก ๆ ถ้าแค่หนีเที่ยวก็ไม่เท่าไร แต่ถ้าเป็นอะไรร้ายแรงขึ้นมาจะทำยังไงดีล่ะ ผู้เป็นพี่รู้สึกห่วงจนหงุดหงิดไปหมด โทรศัพท์ก็ดูเหมือนจะปิดเครื่องเอาไว้อีกต่างหาก ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่...
"อ้าว! นั่นอุนซุยหรือเปล่าน่ะ" ชายร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาทักเขา เมื่อคนที่ถูกเรียกหันกลับไปก็พบเข้ากับรุ่นพี่ยามาบุชิซึ่งเรียนจบจากที่นี่ไปเมื่อปีที่แล้ว ทั้งคู่เผยยิ้มออกมาเมื่อเจอหน้ากัน
"รุ่นพี่...หายไปนานเลยนะครับ"
"ฮ่า ๆ ติดโควต้าของชินริวจิเข้าไปก็เลยต้องซ้อมให้หนักกว่าคนอื่นน่ะ" ชายร่างใหญ่พูดแล้วหัวเราะเบา ๆ อุนซุยถอนหายใจเล็กน้อย ชินริวจิงั้นหรือ...อย่างเขาคงไม่เก่งพอที่จะเข้าไปโดยใช้โควต้าหรอก อย่างมากก็คงแค่สอบผ่านเข้าไปให้ได้แล้ว
อุนซุยชวนรุ่นพี่ลงไปทานข้าวด้วยกันที่สวนด้านล่างบริเวณหน้าตึกเรียน เมื่อยื่นข้าวกล่องให้ชายร่างสูงใหญ่ก็มีท่าทีเกรงใจพร้อมกับรีบโบกไม้โบกมือเป็นการใหญ่
"เอาเถอะครับ ยังไงผมก็ทานทั้งสองกล่องไม่หมดหรอก"
"งั้นก็...ขอบคุณนะ" ยามาบุชิยอมรับไปในที่สุด "เอามาให้ฉันทานแบบนี้จะดีหรือ แล้วอากอนจะกินอะไรล่ะ"
"วันนี้เขาไม่มาครับ...อันที่จริง...เมื่อคืนเจ้านั่นก็ไม่ได้กลับบ้านด้วย" เสียงของชายหนุ่มค่อยลง สายตาที่สงบนิ่งนั้นทอดยาวไกลออกไปยังที่ใดไม่อาจรู้ได้ ยามาบุชิเลิกลั่กเล็กน้อย เขารู้สึกราวกับถามเรื่องไม่สมควรออกไปเสียแล้ว
"อา...อืม! ไอ้นี่อร่อยดี!" เขาเคี้ยวอาหารในปากพร้อมกับเอาตะเกียบชี้ไปที่ไข่ม้วนในกล่องข้าว อุนซุยหันไปยิ้มให้รุ่นพี่เล็กน้อย เมื่อได้เห็นรอยยิ้มนั้นชายร่างใหญ่ก็กลับเป็นฝ่ายเขินเสียเอง
"จริง ๆ แล้วอากอนน่ะทำอาหารเก่งกว่าผมเสียอีก แต่เจ้านั่นชอบคิดว่าเป็นเรื่องยุ่งยากอยู่เรื่อยก็เลยไม่ค่อยได้เข้าครัวน่ะครับ" ชายหนุ่มในชุดกักคุรันอธิบายพร้อมกับทานอาหารไปด้วย "นาน ๆ ทีก็ชอบลุกขึ้นมาทำกับแกล้มกินเองเหมือนกัน แต่หลัง ๆ ออกไปเที่ยวข้างนอกบ่อยกว่าก็เลย..."
"นายน่ะพูดถึงแต่เรื่องอากอนไม่หยุดปากเลยนะ" ยามาบุชิขัดขึ้น อุนซุยจึงเงียบเสียงลงไป กลายเป็นว่าอุนซุยเริ่มทำหน้าเศร้าจนยามาบุชิเกิดรู้สึกผิดขึ้นมาเสียอย่างนั้น
จะว่ายังไงดีล่ะ...จริง ๆ เขาก็แค่รู้สึกหึงเท่านั้นเอง...
ประมาณปีที่แล้ว เขาอยู่ในชมรมอเมริกันฟุตบอลและอุนซุยก็เป็นรุ่นน้องในชมรมเดียวกันนั้นเอง บังเอิญเย็นวันหนึ่งหลังซ้อม เขาคิดว่าคนอื่นคงกลับไปกันหมดแล้วก็เลยเดินเข้าไปในห้องเปลี่ยนชุดตามปกติโดยไม่นึกว่าจะได้เห็นภาพนั้นเข้า
อากอนกดร่างของพี่ชายฝาแฝดตัวเองติดกับล็อกเกอร์ที่เรียงรายเป็นแถวอยู่ในห้องนั้น ริมฝีปากของทั้งคู่แนบชิดกันจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าว เขาช็อกกับภาพที่เห็นจนทำอะไรไม่ถูก จนกระทั่งอากอนหันมาเห็นเขาถึงได้กลัวจนต้องรีบเผ่นออกมาแล้วกลับบ้านไปทั้งที่ยังไม่ได้เปลี่ยนชุดเลยด้วยซ้ำ
วันต่อมา อุนซุยมาหาเขาและขอโทษขอโพยที่ทำให้ต้องมาเห็นภาพไม่ดีแบบนั้น แถมยังขอร้องไม่ให้เขาบอกใครอีกด้วย แน่นอน ด้วยนิสัยของยามาบุชิที่ค่อนข้างจะขี้เกรงใจและขี้สงสารอยู่แล้ว เรื่องของอากอนกับอุนซุยจึงเป็นความลับมาตลอดโดยที่เขาไม่ได้แพร่งพรายออกไป
ชายร่างสูงใหญ่เหลือบไปมองคนข้างตัว นับตั้งแต่วันนั้นเขากับอุนซุยเลยสนิทกันมากขึ้น และทำให้เขาได้รู้อะไรหลายอย่างระหว่างพี่น้องคู่นี้ เขาเป็นคนคอยให้คำปรึกษา แต่ก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยได้พูดออกไป...
เขาชอบอุนซุย...แต่ว่า...ถ้าพูดออกไปแล้ว บางทีอาจจะถูกเกลียดไปเลยก็ได้
"อุนซุย" ยามาบุชิตัดสินใจเอ่ยปาก "เรื่องของนายกับอากอนน่ะ..."
"ครับ" เจ้าตัวตอบรับด้วยน้ำเสียงสงสัย
"ยังเหมือนเดิมหรือเปล่า..."
อุนซุยครุ่นคิด เวลาเจอหน้ากันยามาบุชิมักจะถามแบบนี้เสมอ คงจะด้วยความเป็นห่วงเพราะมันไม่ใช่เรื่องปกติสักเท่าไร
"ทุกอย่างยังเหมือนเดิมครับ...นอกจากกอดกับจูบแล้ว มากกว่านั้นผม..."
"เข้าใจแล้ว ๆ" ยามาบุชิรีบตัดบทด้วยกลัวว่าเขาจะทำร้ายจิตใจของอีกฝ่ายมากเกินไป อุนซุยยิ้มเล็กน้อยแล้วรับกล่องข้าวที่ทานหมดแล้วมาเก็บพร้อมกับผูกผ้าห่อเอาไว้เหมือนเดิม ถ้าอากอนมาโรงเรียนเขาก็จะเป็นคนทำข้าวกล่องให้แต่เพราะเมื่อคือหมอนั่นไม่ได้กลับบ้านเขาก็เลยต้องทำมาเผื่อ ทว่าสุดท้ายก็ไม่ได้มาที่โรงเรียนด้วยเหมือนกัน
"อุนซุย ขอโทษนะ แต่ว่าฉันอยากรู้จริง ๆ" ยามาบุชิตัดสินใจพูดขึ้นอีกครั้งด้วยคำถามที่เขากลัวที่จะถามมาตลอด
"นาย...รักอากอนบ้างหรือเปล่า" ชายร่างสูงใหญ่หันไปสบตากับรุ่นน้องที่กำลังทำหน้าตกใจ "ถ้านายไม่ได้รักหมอนั่น...ก็แปลว่ากำลังถูกข่มเหงไปวัน ๆ แบบนั้นฉันยอมรับไม่ได้หรอก ถ้านายต้องการการช่วยเหลือก็ขอให้บอกฉันนะ"
อุนซุยนิ่งเงียบพร้อมกับขบคิด ความรัก...เขาเคยคิดถึงเรื่องนั้นบ้างไหมนะ ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเขาก็มีแต่อากอนคนเดียว เจ้านั่นเองต่างหากที่มีสัมพันธ์กับใครต่อใครไปทั่ว ชายหนุ่มเม้มปากเบา ๆ เมื่อคิดถึงเรื่องนั้น บางทีที่เมื่อคืนไม่กลับบ้านก็คงไปค้างที่บ้านใครอีกนั่นแหละ
รัก...อุนซุยหวนนึกถึงความเจ็บในใจทุกครั้งที่ถูกอากอนสัมผัส นั่นคือความรักหรือเป็นเพราะทรมานที่ถูกรังแกกันแน่ เขายืดตัวขึ้นเล็กน้อยด้วยความรู้สึกว่ามันไม่ใช่อะไรแบบนั้น...ความเจ็บนั้น มันไม่ใช่สิ่งที่คำพูดทั่วไปจะอธิบายได้
"...ขอบคุณนะครับรุ่นพี่ยามาบุชิ" อุนซุยหันไปยิ้มให้รุ่นพี่อีกครั้งโดยเลี่ยงที่จะตอบคำถามนั้น ยามาบุชิได้แต่กำหมัดแน่นโดยพูดอะไรไม่ออก เขาก้มหน้าหลบสายตาไปอีกทางหนึ่ง
ถ้าเพียงแต่อุนซุยไม่ได้รักอากอนล่ะก็...เขาก็พร้อมจะปกป้องผู้ชายคนนี้เอาไว้แม้จะต้องเผชิญหน้ากับคนน่ากลัวอย่างอากอนก็ตามที แต่เพราะอุนซุยไม่เคยแสดงท่าทีอะไรให้ชัดเจนเลยทำให้เขาเองก็บุ่มบ่ามทำอะไรออกไปไม่ได้เหมือนกัน
ยามาบุชิเหลือบมองมือของอุนซุย มือข้างนั้นไม่ได้เรียวบางน่าถนุถนอมแต่ก็เป็นมือที่เล็กกว่าเขามาก
เขาอยากจับมือนั้นเอาไว้...แต่ก็ทำไม่ได้
"ไปล้างมือกันเถอะครับ" อุนซุยลุกขึ้นพร้อมกับถือกล่องข้าวไปด้วย
"อ...อื้อ" เขาตอบรับ "เออ จริงสิ เอาไว้ชินริวจิเปิดรับนักเรียนเมื่อไรฉันจะเอาใบสมัครมาให้นะ"
อุนซุยหันมายิ้มอย่างอ่อนโยน ยามาบุชิไม่รู้ว่าตัวเองคิดไปเองหรือเปล่า แต่รอยยิ้มนั้นดูราวกับจะบอกว่า 'ถ้าได้เล่นอเมริกันฟุตบอลด้วยกันอีกก็ดีนะ' นั่นสิ...บางทีเขาอาจจะคิดไปเองก็ได้ ยามาบุชิเตือนตัวเองไม่ให้คิดฝันไปไกลกว่านั้น เขาก้าวเท้าเดินตามอุนซุยไปทางอ่างล้างมือ แดดยามบ่ายที่เจิดจ้าก็ค่อย ๆ คล้อยต่ำลงตามเวลาอีกครั้งแล้ว...
.
.
.
.
---------------------------------------
ก้อนเอ๊ย...มัวแต่เงอะงะ เดี๋ยวคนเขียนตัดใจยกอุนซุยให้ยามาบุชิไปแล้วเอ็งจะหนาวนะก้อน =w=" (คนเขียนยิ่งชอบคนสไตล์ยามาบุชิอยู่นิ...อิอิ)
.
.
.
.
edit @ 2007/08/13 20:05:36
edit @ 24 Feb 2008 17:59:29 by ++Wadoiji++ [Kongou Agon]











ปล. อ่านในเด่ะดีแว้ว แต่กระแดะจะเม้นต์ในนี้ด้วย หุหุหุ
#1 By Gu_Tango on 2007-08-13 21:01