Hurt Impression 01 [AUN]
posted on 11 Aug 2007 12:07 by sadmanstanding in Hurt
Hurt Impression [ES21 Fiction]
About
บทความเรื่องนี้เป็นฟิคชั่นจากการ์ตูนเรื่อง Eyeshield 21 ไอ้หนูไต้ฝุ่นมะกันบอล มีฉากล่อแหลมไม่เหมาะกับเยาวชนในบางฉาก และเป็นเรทYaoi + Incest แต่ผู้เขียนจะพยายามเขียนในเชิงอีโรติก กรุณาอ่านอย่างใช้วิจารณญาณ
....................
Chapter 0 : Remember
ฉันยังจำได้ดี...
ว่าวันนั้นริมฝีปากเล็ก ๆ นั้นอบอุ่นเพียงใด
ฉันยังจำได้ดี...
ว่าจับมือข้างนั้นเอาไว้อย่างไร
ฉันยังจำได้ดี...
ว่าฉันโอบกอดร่างที่สั่นไหวนั้นไว้
ฉันยังจำได้ดี...
เพราะเป็นครั้งแรกที่หัวใจของฉันรู้สึกถึงความเจ็บปวด
ความเจ็บปวดที่แสนสุขใจนั้น...
....................
Chapter 1 : First Kiss
ห้องนอนเล็ก ๆ อุดมไปด้วยความรก ข้าวของวางกระจายไปทั่ว สองพี่น้องกำลังพยายามจัดห้องของอากอนเสียใหม่ ขณะที่อุนซุยเรียงของลงกล่องกระดาษเพื่อจัดเรียงใส่ตู้ ตัวเจ้าของห้องกลับนั่งดูอัลบั้มรูปที่เพิ่งค้นเจออย่างเพลิดเพลิน
"เฮ้ ดูนี่สิ ฉันใส่ชุดกบแล้วนายใส่ชุดแพนด้า เพิ่งเคยเห็นนะเนี่ย" อากอนโพล่งขึ้นด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นรูปตัวเองสมัยเด็กใส่ชุดแปลก ๆ โดยเฉพาะชุดนี้เขาไม่เห็นจะจำได้เลยสักนิด อุนซุยที่นั่งอยู่บนพื้นข้าง ๆ กันนั้นหันมาชะโงกดูรูปเล็กน้อยก่อนจะหันไปจัดของต่ออย่างไม่นึกใส่ใจ
"จำไม่ได้หรือ ฉันยังจำได้เลย ตอนนั้นนายออกจะชอบไอ้ชุดกบเขียวอี๋นั่นจะตาย" ชายผมเกรียนแซวเล่น อากอนลองนึกภาพตามไป เขาน่ะหรือชอบชุดประหลาด ๆ นี่ ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเหมือนรู้สึกสยอง แต่เอาน่า...เด็ก ๆ ใส่อะไรก็ดูดีทั้งนั้นแหละ
อากอนวางมือจากอัลบั้มแล้วหยิบยางมัดผมมารวบผมทรงเดธล็อกของตัวเองไว้ด้านหลังเพราะอากาศในห้องเริ่มร้อน ก่อนจะเปิดดูรูปต่อ ๆ ไป
"เฮ้ย มาช่วยจัดสิ นี่ห้องแกนะ" อุนซุยบ่นขึ้นมาเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังทำท่าเอ้อละเหยลอยชาย จัดห้องมาตั้งแต่เย็นนี่ปาเข้าไปจะสามทุ่มแล้วยังไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จเลย อากอนรับฟังแต่ดูเหมือนจะไม่สนใจ
"อ๊ะ...รูปนี้..." เขาอุทานขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นรูปหนึ่งเข้า เป็นรูปเขากับอุนซุยถ่ายคู่กับจักรยานคันแรกที่พ่อซื้อให้ คงเป็นช่วงอายุสักหกเจ็ดขวบได้กระมัง
"นี่ จำได้หรือเปล่า ช่วงนี้ล่ะ..."
"ช่วงนี้ทำไม"
"ที่เราจูบกันครั้งแรก"
พลั่ก! อุนซุยใช้มือข้างหนึ่งดันหน้าอากอนเสียเต็มแรง ใบหน้าของชายผมเกรียนแดงระเรื่อ เจ้าบ้านี่! ดันพูดเรื่องน่าอายแบบนี้ออกมาซะได้!
"อะไรกัน~ พูดความจริงนะเนี่ย" อากอนขึ้นเสียงสูงเหมือนจะล้อเลียนก่อนจะเบนสายตากลับไปมองรูป "คิดถึงจังเลยน้า~ อุนโกะจังตอนนั้นในใสซื่ออยู่เลย"
"ไอ้บ้า" อุนซุยไม่รู้จะด่าอย่างไรดี เขาก้มหน้าก้มตาเก็บของต่อไปในขณะที่อากอนกำลังหวนนกถึงวันนั้น ชายหนุ่มเผลอยิ้มให้กับตัวเองพร้อมกับผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเงียบงัน
.........................
"อุนซุย เร็ว ๆ เข้าสิ" เด็กชายผู้มีผมสีน้ำตาลอ่อนเร่งเร้า ทำเอาคนโดนเร่งลุกลี้ลุกลนกว่าเดิม
"อื้อ ๆ" อุนซุยตอบรับพร้อมกับพยายามขี่จักรยานออกมานอกรั้วบ้าน แต่ไม่ทันพ้นดีทั้งคนทั้งจักรยานก็ล้มลงไปกองอยู่ที่พื้น อากอนสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจออกมา
"เอาเถอะ มาซ้อนฉันก็ได้"
หลังจากถูกเร่งอีกครั้งอุนซุยก็เอาจักรยานไปเก็บไว้ที่เดิมแล้วขึ้นซ้อนท้ายจักรยานของอากอนแทน เด็กชายผมสั้นเกรียนนึกน้อยใจอยู่ลึก ๆ เพราะอากอนนั้นเรียกได้ว่าขี่เป็นในครั้งแรกที่จับจักรยานเลยทีเดียว
พวกเขามาที่สวนสาธารณะใกล้ ๆ บ้าน อากอนกำลังอยู่ในช่วงหัดเดาะลูกฟุตบอล ซึ่งจริง ๆ จะเรียกว่าหัดก็ไม่ถูกเพราะเดาะได้คล่องพอสมควร เด็กประถมวัยนี้ใครเดาะบอลได้นานหน่อยก็กลายเป็นฮีโร่ของห้องแล้ว
อุนซุยเองก็หัดขี่จักรยานไปด้วยระหว่างที่น้องกำลังเล่นฟุตบอล เขาใช้จักรยานของอากอน เมื่อผ่านไปสักพักก็เริ่มขี่คล่องขึ้นมาบ้างแล้ว เมื่อแดดบ่ายผ่านไปสองพี่น้องก็กลับมานอนเล่นบนพื้นหญ้า พวกเขาไม่ได้เตรียมผ้ามารองพื้นจึงนอนลงไปบนหญ้าทั้งอย่างนั้น
"อะไรกัน แค่นี้ก็เหนื่อยแล้วเหรอ" อากอนทักขึ้นเหมือนหงุดหงิดเมื่อเห็นพี่ชายลงไปนอนแผ่อย่างหมดเรี่ยวหมดแรงแต่ตัวเขาเองก็ลงมานอนเล่นด้วยกัน
"ขี่นาน ๆ มันก็ปวดขานี่นา" อุนซุนอธิบายก่อนจะยกฝ่ามือทั้งสองขึ้นดู "มือก็ถลอกด้วย เจ็บชะมัด"
"อือ..." เด็กชายอีกคนตอบรับเบา ๆ เมื่อเห็นอุนซุยลุกขึ้นนั่งเขาก็รีบลุกขึ้นนั่งด้วยกันราวกับลูกเจี๊ยบตามแบบแม่ไก่
ไม่รู้ว่าอุนซุยคิดอะไร เด็กชายผมเกรียนทอดสายตามองไปยังที่ห่างไกล ท้องฟ้ากำลังกลายเป็นสีส้มอ่อน ๆ อากอนคิดว่าพี่ชายกำลังนึกอยากกลับบ้านอยู่เป็นแน่ ทว่าเขาไม่ได้นึกสนใจ
เด็กชายปัดผมสีน้ำตาลอ่อนของตนหลายครั้งเพราะคิดว่าน่าจะเลอะฝุ่นดินบนพื้น เขาจับจ้องไปที่ใบหน้าของพี่ชายซึ่งเหมือนเขาไม่มีผิดเพี้ยน ในตอนนั้นอากอนเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นในใจ
ในความเงียบงันของสวนสาธารณะยามเย็น เด็กชายเอื้อมไปจับมือพี่ชายเอาไว้ อุนซุยหันกลับมาหาเขาในที่สุด ก่อนที่จะเกิดคำพูดใด ๆ ในบรรยากาศ ริมฝีปากของทั้งคู่ก็แนบสนิทเข้าด้วยกัน
อุนซุยสะดุ้งด้วยความตกใจที่ปลายลิ้นของอีกฝ่ายแทรกเข้ามาจึงรีบขยับตัวออก แต่อากอนรู้ทัน เขาโอบตัวพี่ชายเอาไว้แล้วประกบปากอย่างนุ่มนวล อุนซุยที่กำลังตกใจทำอะไรไม่ถูกจึงปล่อยในน้องรุกเร้าตัวเองอยู่เช่นนั้น
ริมฝีปากร้อนผ่าว จูบลึกและเนิ่นนาน อ้อมกอดของแขนเล็ก ๆ ทำให้ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันมากขึ้น
อย่างไร้สาเหตุ...แต่หัวใจของทั้งคู่เจ็บแปลบขึ้นมาขณะหนึ่ง
ทั้งอากอนและอุนซุยต่างไม่รู้ว่าความเจ็บปวดนั้นคืออะไร...
"อากอน นายทำอะไร" อุนซุยถามทั้งที่กำลังหายใจหอบ อากอนเองก็ใจเต้นระส่ำไม่แพ้กัน
"จูบไง เมื่อคืนฉันเห็น พ่อก็จูบแม่แบบนี้แหละ" เด็กชายอธิบาย "รู้สึกดีไหม"
"...อือ...ก็ดีมั้ง" อุนซุยหลบสายตาไป "มันแปลก ๆ นะ ปกติก็ไม่เห็นพวกเพื่อน ๆ ทำแบบนี้กันเลยนี่นา พ่อกับแม่ทำแบบนี้ทำไมนะ"
อากอนยิ้ม เขาไม่ค่อยเข้าใจแต่คิดว่าจูบกับอุนซุยแล้วรู้สึกดี เด็กชายชวนพี่กลับบ้านของพวกเขาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่ออุนซุยนั่งซ้อนท้ายเขากลับบ้านก็กอดเอวเขาไว้เสียแน่น บางทีผู้เป็นพี่เองก็คงรู้สึกถึงอะไรบางอย่างเช่นเดียวกัน...
.........................
"...อากอน ถ้าไม่มาช่วยฉันคืนนี้นายไม่มีที่นอนจริง ๆ นะ" อุนซุยรีบเตือนแล้วมองไปบนเตียงที่เต็มไปด้วยกองหนังสือแฟชั่นเก่า ๆ บางทีคงต้องเก็บทิ้งไปบ้างแล้ว
"เดี๋ยวไปนอนห้องนายก่อนก็ได้" อากอนสรุปแบบเอาแต่ใจแล้วปิดอัลบั้มรูปลงก่อนจะหันไปทางพี่ชายที่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาพับเสื้อผ้าของเขาต่อ
"...อุนซุย" เขาเรียกเบา ๆ เมื่ออีกฝ่ายหันกลับมา ภาพนั้นก็เหมือนกับวันในอดีตวันนั้นไม่มีผิดเพี้ยน อากอนขยับตัวเข้าไปใกล้ เขาตรงเข้าสัมผัสริมฝีปากตรงหน้าด้วยปลายลิ้น อุนซุยฝืนตัวด้วยความตกใจเหมือนดังเช่นวันในอดีตนั้น
ลำแขนที่แข็งแกร่งโอบร่างตรงหน้าเอาไว้ อากอนจูบอุนซุยครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่นานนักชายผมสั้นเกรียนก็เริ่มตอบสนองเขาบ้าง อากอนเริ่มล้วงมือเข้าไปใต้เสื้อของอีกฝ่ายอย่างโหยหา มือของเขาลูบไปตามแผงอกของพี่ชายอย่างรักใคร่
เมื่อถูกสัมผัสเช่นนั้นอุนซุยก็รีบดันร่างของน้องออกให้ห่าง อากอนที่ถูกผลักออกมาอย่างแรงนั่งนิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง ขณะเดียวกันนั้นอุนซุยรีบดึงเสื้อลงแล้วเม้มปากเล็กน้อย ปลายลิ้นของเขายังร้อนผ่าวอยู่เลย...
"บอกแล้วไง...ถ้าแค่จูบก็ยังจะพอยอมได้อยู่หรอก" ชายผมสั้นย้ำเตือน อากอนรีบยักไหล่แล้วเบ้ปาก
"ไม่เอาน่า คิดมากไปได้ ไม่ใช่ว่าครั้งแรกซะหน่อย"
"อย่าพูดนะ" อุนซุยดุอย่างไม่พอใจ เขาไม่ยอมหันไปสบตากับอากอนเลย คราวนี้อากอนชัดจะหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว
"ฉันไม่สนใจหรอกว่าสวะตัวไหนจะมองยังไง ช่างหัวพวกมันเถอะ"
"แต่ว่าฉันสน ขอแค่เรื่องนี้เท่านั้น...อย่าได้ทำอีกเป็นอันขาด" อุนซุยหลบหน้าไปแต่กลับแสดงสีหน้าเจ็บปวดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
"เราเป็นพี่น้องกันนะ..."
"ก็บอกแล้วไงว่าเรื่องนั้นฉันไม่สนหรอก!" อากอนคว้าแขนพี่ชายเอาไว้แน่น ดวงตาของเขาเบิกโพลงขึ้นด้วยความโมโห อุนซุยหันกลับมามองเขาด้วยสายตาตำหนิ อากอนโกรธจนเลือดขึ้นหน้าในทันที ทว่าท้ายที่สุดก็ปล่อยแขนพี่ชายแล้วหลบหน้าไปเสียเอง
"หึ..." เขาหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน ก่อนลุกขึ้นไปหยิบแว่นกับเสื้อเชิ้ตมาสวม เขาหันกลับไปทางประตูห้อง
"จะไปไหนน่ะ" อุนซุยร้องถาม
"หมดอารมณ์ว่ะ" อากอนตอบทั้งที่หันหลังให้อยู่ เขาโบกมือสองสามทีก่อนจะออกนอกห้องไป อุนซุยเคยชินเสียแล้วกับการที่จู่ ๆ น้องจะตัดสินใจออกไปเที่ยวข้างนอกจึงไม่ได้ทักถามอะไรอีก
ชายหนุ่มที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวในห้องนั่งนิ่งเงียบงัน ดวงตาเศร้าหมองลงอีกครั้ง ปลายนิ้วของเขาแตะไปที่ริมฝีปาก อุนซุยแทบจะร้องไห้ออกมา...
หัวใจของเขาเจ็บแปลบเหมือนวันที่เขาจูบกับอากอนเป็นครั้งแรกไม่มีผิด
"รู้แล้วน่า อยู่ร้านเดิมใช่ไหม เดี๋ยวเจอกัน..." อากอนที่เดินออกมานอกบ้านรับสาย พอดีเพื่อนสาวโทรมาชวนไปเที่ยวได้จังหวะพอดี "หือ ทำไมน่ะเหรอ ช่างเถอะน่า~ มีเรื่องให้หงุดหงิดนิดหน่อย แค่นี้ก่อนนะ"
เขาวางสาย ชายหนุ่มกำมืออีกข้างเอาไว้แน่น ออกไปข้างนอก...ทำไมล่ะ เขาไม่ได้อยากออกมาเสียหน่อย ชายหนุ่มหวนนึกถึงใบหน้าของพี่ชายเมื่อครู่ หวนนึกถึงรสจูบที่แสนหวานและอ่อนโยนนั้น ตั้งแต่เมื่อไรกันนะที่อุนซุยเริ่มรู้ตัวว่าการถูกเขาสัมผัสเป็นเรื่องที่ผิด...
บัดซบ...อากอนใช้มือที่เปล่าเปลี่ยวนั้นกุมอก ไม่เคยมีใครทำให้เขาเจ็บปวดถึงขนาดนี้มาก่อน ไม่ว่าในอดีตหรือหลังจากนี้ต่อไป อากอนรู้สึกราวกับหายใจไม่ออก ตอนนี้เขาอยากกอดใครสักคน
ไม่ใช่สิ...เขาแค่อยากกอดคน ๆ นั้นเอาไว้
และความเจ็บปวดที่แสนสุขใจนั้น...เขารู้ดีว่ามันคืออะไร
ชายหนุ่มแฝงตัวกลับเข้าไปในความมืดของยามราตรี มีเพียงความวุ่นวายของผู้คนเท่านั้นที่จะเขาพอจะเข้าไปหลบซ่อนอยู่ได้ ที่ ๆ ความเจ็บปวดนั้นตามหาเขาได้อย่างยากเย็น แล้วเฝ้ารอให้ความเจ็บปวดนี้บรรเทาลงบ้างก่อนที่เขาจะต้องพบหน้าอุนซุยอีกครั้ง...
....................
.
.
.
.
.
edit @ 24 Feb 2008 17:57:27 by ++Wadoiji++ [Kongou Agon]










ในที่สุดก็ได้อ่านฟิคคู่นี้แล้ว กรี๊ดๆๆๆ ดีใจที่สุดเลย
#1 By พัดทอง on 2007-08-12 12:47